ก่อนหน้านี้ มีการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับนักการเมืองที่ประชาชนิยมชมชอบ ปรากฏว่านายกฯประยุทธ์ คะแนนมาอันดับ 1 ทำให้ทางซูเปอร์โพลก็โดนวิจารณ์มาแล้ว แต่ครั้งนั้นต้องให้ความเป็นธรรมว่า เป็นการสำรวจแยกระหว่างนักการเมืองฝ่ายค้าน กับรัฐบาล โดยนายกฯประยุทธ์ ได้คะแนนอันดับ 1 ของรัฐบาล ส่วน "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ได้อันดับ 1 ของฝ่ายค้าน และได้คะแนนมากกว่านายกฯ
แต่จากความไม่พอใจนี้ จึงมีการไปขุดประวัติของ ดร.นพดล ซึ่งเคยเป็น ผอ.เอแบคโพลล์ มาก่อน ว่าเคยถูกกล่าวหาเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาลมาแล้ว จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แต่ทุกอย่างก็จบลงได้
ข้อมูลจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ ระบุว่า หลังจากมีปัญหาที่เอแบคโพลล์ ดร.นพดล แยกตัวมาก่อตั้ง "ซูเปอร์โพล"แล้วก็โดนวิจารณ์แบบเดิมอีก มีการขุดข้อมูลรายได้ล่าสุดปี 2563 ว่ามีรายได้ 13.9 ล้านบาท จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดย "ซูเปอร์โพล" ถูกจดทะเบียนในชื่อ บริษัท ซูเปอร์โพล จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2558 ทุนปัจจุบันอยู่ที่ 5 ล้านบาท แต่รายได้รวม 13.9 ล้านบาทนี้ มีรายจ่ายรวม 12.6 ล้านบาท จึงมีกำไรสุทธิอยู่ที่ราวๆ 1.2 ล้านบาท
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ยังพบว่า ระหว่างปี 2560-2564 บริษัท ซูเปอร์โพล จำกัด เป็นคู่สัญญาหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ อย่างน้อย 30 สัญญา รวมวงเงิน 26.05 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการจ้างปรึกษา จ้างปรับปรุงการทำแบบสอบถาม จ้างจัดฐานข้อมูล เฉพาะปี 2564 เป็นคู่สัญญาของรัฐอย่างน้อย 4 สัญญา รวมวงเงิน 3.53 ล้านบาท
เหล่านี้จึงมีการตั้งคำถามเชื่อมโยงไปถึงผลสำรวจของ "ซูเปอร์โพล" โดยเฉพาะการที่ "บิ๊กป้อม" ได้รับตำแหน่ง "บุคคลของสังคมแห่งปี" และมีบารมีทางการเมืองในระดับ "ประวิตรมา ปัญหาหมด"