svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

ตำรวจกองปราบฯ บุกรวบ “พ่อมด คริปโตเคอเรนซี่” ที่หลบหนีชั้นศาลนานกว่า 2 ปี

25 ธันวาคม 2564
372

หนีไม่รอด! ตำรวจกองปราบฯ นำกำลังเข้าจับกุม “พ่อมด คริปโตเคอเรนซี่” ที่หลบในชั้นศาลนานกว่า 2 ปี แฉมีพฤติกรรมสุดแสบชักจูงให้กลุ่มผู้เสียหายร่วมลงทุนในเงินสกุลดิจิตอลต่างๆ โดยอ้างมีกำไรดี

     วันนี้ (25 ธ.ค.) ตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำกำลังเข้าจับกุม นายมานะ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดพิจิตร ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลังจากเมื่อประมาณปี 61 – 62 นายมานะมีพฤติการณ์เป็นหัวหน้าแก๊งร่วมกับพวกคนไทยและชาวเวียดนาม อ้างตัวเป็นนักค้าเงินสกุลดิจิทัลหรือคริปโตเคอเรนซี่ รวมตัวกันไปหลอกลวงประชาชน โดยแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ มีทั้งคนเปิดบัญชี คนเจรจาหลอกลงทุน และคนคุมเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ในส่วนนายมานะจะอ้างตัวเป็น “พ่อมด คริปโตเคอเรนซี่” (ผู้ที่ชำนาญด้านการค้าเงินสกุลดิจิตอล) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ชักจูงให้กลุ่มผู้เสียหายร่วมลงทุนในเงินสกุลดิจิตอลต่างๆ โดยอ้างว่าได้กำไรดี เช่น ลงทุนเงินเพียง 200 วัน จะได้กำไรทันที 400 % เป็นต้น

 

     นอกจากนี้แก๊งของนายมานะฯ ยังชักชวนกลุ่มผู้เสียหายให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิตอลสกุลเงินวันคอยน์ โดยอ้างว่าแก๊งของนายมานะฯ ได้เปิดร้านขายสินค้าบนแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้า ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้มีการซื้อขายสินค้าโดยใช้เงินดิจิตอลสกุลวันคอยน์ โดยร้านของแก๊งนายมานะฯ มีสินค้าที่ประกาศขายบนแพลตฟอร์มดังกล่าวจำนวนมาก เช่น บ้านพักอาศัย, รถยนต์, ที่ดิน, ทองคำ, อาหารเสริม, เครื่องสำอาง และเสื้อผ้า เป็นต้น 
 

ตำรวจกองปราบฯ บุกรวบ “พ่อมด คริปโตเคอเรนซี่” ที่หลบหนีชั้นศาลนานกว่า 2 ปี

     โดยแก๊งดังกล่าวจะมีการตั้งลูกค้าบางรายเป็นแม่ทีมเพื่อช่วยในการระดมเงินจากลูกค้าที่เป็นลูกทีมในลำดับถัดๆมา เพื่อนำเงินไปลงทุนกับแก๊งของนายมานะฯ ด้วยอัตราผลตอบแทนที่สูง และมีโปรโมชั่นที่น่าสนใจ เช่น แลกสินค้าต่างๆ, แลกทองคำ, แลกรถเบ๊นซ์ หรือแลกบ้านเดี่ยว เป็นต้น ทำให้ประชาชนจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หลงเชื่อ จึงร่วมลงทุนไปรวมเป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท 

 

     โดยช่วงแรกเหยื่อจะได้รับเงินปันผล แต่ต่อมากลับไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ กลุ่มผู้เสียหายพยายามติดต่อตามหากลุ่มผู้ต้องหา แต่ก็ไม่พบและไม่สามารถติดต่อได้ จึงรวมตัวกันไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพื้นที่และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้นายมานะฯ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ จับกุมตัวไปแล้วเมื่อปลายปี 62 

 

ตำรวจกองปราบฯ บุกรวบ “พ่อมด คริปโตเคอเรนซี่” ที่หลบหนีชั้นศาลนานกว่า 2 ปี
 

     ต่อมา นายมานะฯ ได้หลบหนีการพิจารณาคดีในชั้นศาลเป็นเหตุให้ศาลออกหมายจับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ จึงทำการสืบสวนจนสามารถสืบทราบได้ว่านายมานะฯ เป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับติดตัวกว่า 14 หมาย และหลบหนีคดีมาอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังหนึ่งที่บริเวณซอยรามอินทรา 34 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร จึงทำการวางแผนเข้าทำการจับกุมนำตัวกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ในที่สุด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา 

 

ตำรวจกองปราบฯ บุกรวบ “พ่อมด คริปโตเคอเรนซี่” ที่หลบหนีชั้นศาลนานกว่า 2 ปี