กรุงเทพมหานคร หารือแนวทางการเตรียมความพร้อมการ "เปิดภาคเรียน" แบบ On-Site ของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร การปฏิบัติตามข้อกำหนด 6 มาตรการหลักและเสริม รวมถึง 7 มาตรการเข้ม สำหรับสถานศึกษา

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายชวินทร์ ศิรินาค รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมร่วมกับสำนักการศึกษาและสำนักอนามัย เพื่อหารือแนวทางการเตรียมความพร้อมการ "เปิดภาคเรียน" แบบ On-Site ของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 

 

กทม. เตรียมความพร้อมการ "เปิดภาคเรียน" แบบ On-Site

 

ที่จัดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ภาคเรียนที่ 2/2564 และการฉีดวัคซีนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยมี นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการศึกษา สำนักอนามัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 15 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง 

ในที่ประชุมได้หารือแนวทางการเตรียมความพร้อมการ "เปิดภาคเรียน" แบบ On-Site ของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่จัดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ภาคเรียนที่ 2/2564 โดยกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) 

 

การปรับพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้องเหมาะสมกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) การปฏิบัติตามข้อกำหนด 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) รวมถึง 7 มาตรการเข้ม สำหรับสถานศึกษา ดังนี้

 

  1. สถานศึกษาประเมินความพร้อมเปิดเรียนผ่าน TSC+ และรายงานการติดตามการประเมินผลผ่าน MOECOVID
  2. ทำกิจกรรมร่วมกันในรูปแบบ Small Bubble จัดนักเรียนเว้นระยะห่างในห้องเรียนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมข้ามกลุ่มกัน
  3. จัดระบบการให้บริการอาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ
  4. จัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน
  5. จัดให้มี School Isolation แผนเผชิญเหตุ และมีข้อซักซ้อมอย่างเคร่งครัด
  6. ควบคุมดูแลการเดินทางเข้าและออกจากสถานศึกษา (Seal Route) ทั้งกรณีรถรับ - ส่ง นักเรียน รถส่วนบุคคล และรถโดยสารสาธารณะ และ
  7. จัดให้มี School Pass สำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรในสถานศึกษา 

 

กทม. เตรียมความพร้อมการ "เปิดภาคเรียน" แบบ On-Site

กทม. เตรียมความพร้อมการ "เปิดภาคเรียน" แบบ On-Site

 

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ให้สำนักอนามัยดำเนินการตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติขยายขอบเขตข้อบ่งใช้ของวัคซีน สำหรับกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี จากเดิมที่ให้มีการฉีดได้ในกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปเท่านั้น

 

การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) แก่เด็กอายุ 5-11 ปี ฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อและลดปริมาณวัคซีนลงเหลือ 10 ไมโครกรัม หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนที่ฉีดในกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป

 

เว้นระยะห่าง 21 วัน จากเข็มที่ 1 เพื่อฉีดเข็มที่ 2 ซึ่งการฉีดวัคซีนให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี โดยจะต้องเป็นไปตามความสมัครใจของเด็กและผู้ปกครองต้องให้การยินยอม