สถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กับทหารกะเหรี่ยงตรงข้ามอ.แม่สอด ทำให้ผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงหลบหนีภัยสู้รบ ข้ามมายังฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมา กับทหารกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เคเอ็นยู บริเวณฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ทำให้ครอบครัวคำพีระ กว่า 10 ชีวิต ต้องอพยพจากบ้านพักที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมย บ้านเลอเตก่อ จ.เมียววดี ประเทศเมียนมา มายังฝั่งไทย หลังเกิดเหตุการณ์สู้รบ ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถกลับบ้านของตัวเองได้

การสู้รบ"ทหารเมียนมา-กระเหรี่ยง"ยืดเยื้อ

สำหรับผู้ลี้ภัย ที่ศูนย์อพยพฝั่งไทยทั้ง 2 แห่ง ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ขณะนี้มีจำนวนเกือบ 4,000 คน แต่ตัวเลขตอนนี้ยังไม่นิ่ง เนื่องมีการเดินทางกลับไปด้วยความสมัครใจ

 

เช่นที่โรงเรียนชุมชนบ้านแม่ตาวกลาง ผู้ลี้ภัยมีความประสงค์สมัครใจขอเดินทางกลับไปยัง ฝั่งเมียนมา 31 คน ทำให้มีผู้ลี้ภัยเหลืออยู่ 2,075 คน ขณะเดียวกันมีผู้หนีภัยความไม่สงบ 1,559 คน หนีเข้ามาที่คอกวัวมหาวัน บริเวณเมยโค้ง บ้านแมโกนเกน ตำบลมหาวัน

การสู้รบ"ทหารเมียนมา-กระเหรี่ยง"ยืดเยื้อ

ส่วนการสู้รบตามชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก พบว่าตั้งเมื่อคืนที่ผ่านมา เสียงปืนใหญ่ และปืนเล็กจากการปะทะกันที่บ้านเลเตอก่อ ตรงข้ามบ้านดอนไชย ตำบลแม่ตาว อ.แม่สอด สงบลง แต่กองกำลังทหารรัฐบาลเมียนมา กับ ทหารกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เคเอ็นยู ยังคงเผชิญหน้ากันอยู่ แต่ฝ่ายเมียนมา อยู่ห่างไปจากที่มั่นฝ่ายเคเอ็นยู ไปมาก คาดว่า น่าจะมีการชะลอการยิง เพื่อปรับกำลังรบใหม่หลังจากมีความพยายามเข้ายึดพื้นที่หมู่บ้านเลอเตก่อ แต่ไม่สามารถยึดได้ และสูญเสียกำลังพลไปมาก

 

ด้านนายพาโด้ ตอยินนี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเคเอ็นยู ในฐานะโฆษกเคเอ็นยู กล่าวว่า ขอให้ทหารเมียนมาถอนออกจากพื้นที่เคเอ็นยูทั้งหมด และขอความเมตตาจากรัฐบาลไทย ดูแลผู้ลี้ภัยเป็นอย่างดี และขอให้ยังไม่ส่งผู้ลี้ภัยกลับไป จนกว่าเหตุการณ์สู้รบจะสงบอย่างแท้จริง 

การสู้รบ"ทหารเมียนมา-กระเหรี่ยง"ยืดเยื้อ