เนชั่นทีวี

ข่าว

"อ.วิชา" ชี้ลดโทษคดีโกงไม่ควรขัดหลักการปี 59

16 ธ.ค. 2564 | kewalee_pal

"อ.วิชา" ชี้ลดโทษคดีโกงไม่ควรขัดหลักการปี 59

อ.วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เผยการลดโทษคดีคอร์รัปชัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ยกคำพูด "ชวน หลีกภัย" ผิดหวังการเมืองไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปราบโกง ฝากสื่อหาคำพูด "พล.อ.ไพบูลย์" ไม่ลดโทษคนโกงออกมาตีแผ่ให้สังคมรับทราบ

จากกรณีที่มีการลดโทษผู้ต้องขังคดีทุจริตคอร์รัปชัน ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน ทีมข่าวเนชั่นออนไลน์ได้สัมภาษณ์ อ.วิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และ ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะอดีตคณะกรรมการ ป.ป.ช.

"อ.วิชา" ชี้ลดโทษคดีโกงไม่ควรขัดหลักการปี 59

อ.วิชา กล่าวว่า ผมเป็นคนทำคดีทุจริตจำนำข้าว จนคดีไปถึงศาลฎีกานักการเมือง ผมไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่ให้เหตุผลในเชิงวิชาการได้ว่า ขึ้นอยู่กับว่าทางรัฐบาลหรือผู้ออกกฎหมาย มีความุ่งมั่นปรารถนาที่จะดำเนินการใช้นโยบายอย่างไร ผู้ที่ต้องโทษหรือถูกขังอยู่ จะต้องใช้เวลาแค่ไหนถึงจะเหมาะสมกับการกระทำความผิด

 

โดยทางอาชญาวิทยาประกอบด้วยทางด้านของนิติศาสตร์ ซึ่งมีแนวของรัฐบาลมาตั้งแต่สมัยยุค คสช. ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องรัฐธรรมนูญปี 60 นี้ด้วย ตั้งธงมาแล้วว่ากระบวนการที่จะลงโทษคนให้เข้มแข็งขึ้นในด้านของการทุจริตคอร์รัปชัน จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 60 นี้ได้ชื่อว่า รัฐธรรมนูญปราบโกง 

 

อ.วิชา บอกด้วยว่า ท่านชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ก็ได้กล่าวปาฐกถาเรื่องนี้ในการมอบรางวัลผู้ที่สนับสนุนงานด้านการต่อต้านการทุจริต หรือแอนตี้คอร์รัปชันอวอร์ด ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้แต่ไม่ได้พูดถึงการลงโทษโดยตรง บอกว่ากระบวนการทางการเมืองเราต้องการให้การเมืองสุจริตหรือการเมืองใสสะอาด

 

เพราะฉะนั้นในการดำเนินกระบวนการอะไรท่านชวน ก็อ่านแนวรัฐธรรมนู 60 มีคำว่าสุจริตหลายคำ คำว่าซื่อสัตย์ก็หลายคำ แต่ว่าท่านออกจะผิดหวังอยู่บ้างในการที่จะทำอย่างไรให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

 

ซึ่งท่านชวน ก็ชี้ให้ดูตรงที่มีคำปรารภอยู่ด้วย ว่า เหตุที่จะต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพราะว่า คนไม่ดีเข้ามาปกครองบ้านเมือง เป็นเหตุให้เกิดวิกฤตทางด้านรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่จะต้องแก้ไขตรงไปตรงมา

 

กระทรวงยุติธรรม ทราบมาว่ามีคนไปอ้างคำพูดท่าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.ยุติธรรม เมื่อปี 2559 ท่านเคยพูดว่า ไม่มีนโยบายเรื่องให้คนผิดโดยเฉพาะทุจริตคอร์รัปชั่นหลุดรอดไปได้ ท่านพูดเรื่องคอร์รัปชั่น คดีทุจริต ไม่ควรอยู่ในข่ายของการลดโทษ ผมไม่ได้เห็นด้วยตัวเอง แต่มีผู้กล่าวอ้างคำพูดของท่าน

 

เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ถ้าท่านเคยวางหลักนโยบายเอาไว้แล้ว แต่มาเปลี่ยนต้องตอบคำถามให้ได้ ว่า ทำไมถึงเปลี่ยน เพราะถ้าท่านวางแนวทางไว้ถ้าถือหลักเป็นคดีร้ายแรงไม่อยู่ในข่ายได้ลดโทษ เพราะจะยิ่งทำให้คนรู้สึกว่าโทษดูเล็กน้อย แม้จะวางโทษไว้สูงถึง 40-50 ปี แล้วมาปล่อยอย่างรวดเร็วมันก็ทำให้กระทบกระเทือนถึงรัฐบาลเหมือนกัน ว่ารัฐบาลรู้เรื่องหรือไม่กับเรื่องเหล่านี้ 

 

ต้องไปถามนักการเมืองว่า ยังถือหลักนี้ไหม ยึดแนวทางของท่าน (พล.อ.ไพบูลย์) ไหม

  "อ.วิชา" ชี้ลดโทษคดีโกงไม่ควรขัดหลักการปี 59

 

ในขณะนี้ทั่วโลกก็ถือกันหมดว่าคดีทุจริตคอร์รัปชัน เป็นคดีที่ร้ายแรงมากกระทบกระเทือนต่อแผ่นดิน โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณที่สูญเสียไปจำนวนมากอย่างคดีจำนำข้าว เราก็มองเห็นแล้วว่าเกินแสนล้าน ต้องขายข้าวในราคาที่ขาดทุนขนาดหนักในข้าวที่ยังตกค้างอยู่ เพราะฉะนั้นคิดในแง่ของเศรษฐศาสตร์ถ้าเขาคิดว่ามันคุ้มกับการเข้าไปอยู่ในเรือนจำ แป๊บเดียวก็ออกมาใช้เงินที่โกง

 

หลักใหญ่มันอยู่ที่พระราชบัญญัติพระราชทัณฑ์ได้กำหนดกฎเกณฑ์ไว้ว่า ทางรัฐมนตรีที่รักษาการต้องเป็นผู้รับผิดชอบตามพระราชบัญญัติพระราชทัณฑ์ ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แล้วก็เป็นประธานราชทัณฑ์ด้วย มีอำนาจในการออกกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง นักโทษชั้นเยี่ยม ชั้นดีมาก ชั้นกลาง จะต้องประกอบไปด้วยหลักเกณฑ์อะไร และการลดหย่อนโทษจะลดได้ขนาดไหน 1 ใน 3 หรือครึ่งหนึ่ง ต้องวางหลักด้วยซ้ำไปว่าต้องรับโทษมาแล้วเท่าไหร่ถึงจะเข้าเกณฑ์ลดหย่อนผ่อนโทษในฐานะที่เป็นคนดี ประพฤติตัวดี

 

มีข่าวเข้ามาตอนนี้ด้วยว่ามีเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเสียเงินเสียทอง ซึ่งผู้ที่ร้องเรียนก็เคยอยู่ในคุก และมีการจ่ายเงิน เรื่องลดหย่อนผ่อนโทษต้องเสียเงินจริงหรือไม่ คนที่ร้องมีตัวตนชัดเจน ถูกขังอยู่ไม่กี่ปีและพรรคพวกที่ถูกขังด้วยกันออกไปเร็วกว่ายังมี จ่ายเงินไปทั้งหมด 2 ล้านบาท เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงมาก

 

เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เป็นเรื่องกฎเกณฑ์ทำความประพฤติดี ทำให้คนที่เข้าไปอยู่ในคุกตกเป็นเหยื่อแล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ไม่ใช่ทุกคน อาจจะใช้สิ่งที่เป็นผลประโยชน์กับเขา เนื่องจากเห็นช่องทางว่า ถ้าเกิดถูกจัดให้อยู่ในข่ายประพฤติเยี่ยม จะได้ลดโทษมากมาย สามารถมองเห็นภาพได้ว่าที่สุดแล้วจะลดลงกี่ปี จะทำให้โทษไม่เท่าไหร่ก็สามารถออกมาใช้ชีวิตปกติได้

"อ.วิชา" ชี้ลดโทษคดีโกงไม่ควรขัดหลักการปี 59

ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้เรื่องของเงินทอง เรื่องของส่วย ไม่มีเรื่องของการประพฤติทุจริตมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความดีงาม ต้องการที่จะให้นักโทษหรือผู้ต้องขังออกมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เปลี่ยนชีวิตให้เป็นคนสุจริต แล้วก็มาช่วยเหลือสังคม เมื่อพบว่ามีกรณีเช่นนี้ขึ้น คงอยู่เฉยไม่ได้ ไม่ใช่แต่เฉพาะการสอบว่าแก้ไขกฎหมายหรือไม่ จะต้องมองถึงการอุดช่องโหว่เรื่องของพิจารณาให้ใช้ดุลพินิจล้นเหลือ ชนิดที่เรียกว่าไม่มีขอบเขตจำกัดตามอำเภอใจ

 

พิจารณาในข้อเหล่านี้ให้ครบทุกด้านเพื่อให้บ้านเมืองของเราสมกับรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ไหนๆ จะปราบโกงแล้วต้องรอบคอบ ตีกรอบให้ชัดเจนทั้งในด้านของข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ซึ่งก็ทราบว่าทางรัฐบาลก็มีการจัดตั้งคณะกรรมการซึ่งมีอ.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นคนดูแล แล้วก็เห็นว่าจะให้ท่านอ.เข็มชัย ชุติวงศ์ อดีตอัยการสูงสุด ซึ่งท่านเป็นประธานปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม มาดูแล เหมาะสมแล้ว

 

ฝากข้อนี้ไว้ด้วย การตรวจสอบไม่ใช่ตรวจแต่เฉพาะในกรณีของการดูว่ากฎหมายควรจะเป็นอย่างไร ดูว่ามีใครสมรู้ร่วมคิดกัน ทฤษฎีสมคบคิด ต้องให้คำสั่งครอบคลุมในจุดเหล่านี้ด้วย เพื่อให้ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบการทุจริตด้วย

 

ติดตามคำสัมภาษณ์ได้ใน สืบสวนความจริง 18 ธ.ค.64 เวลา 10.10 น. ทางช่องเนชั่นทีวี 22

ข่าวล่าสุด