นายตรัยรัตน์ สุวรรณประทีป ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เทคเอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “บทบาทหน้าที่ของ SCB Tech X คือ การสร้างขีดความสามารถใหม่ทางดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดและสร้างธุรกิจใหม่ให้กับกลุ่ม SCBX ให้กลายเป็นกลุ่มบริษัทที่มีนวัตกรรมและแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยี (Technology platform) ที่หลากหลาย
SCB Tech X ได้รวมประสบการณ์ทางด้านเทคโนโลยีและการทำงานประสานกับภาคธุรกิจต่าง ๆ (Cross-sector) เพื่อทำให้กลุ่มไทยพาณิชย์ และพันธมิตรทางธุรกิจ สามารถตอบสนองความต้องการใหม่ของผู้บริโภค และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในระดับโลกได้อย่างทัดเทียม พร้อมสู่โลกแห่งอนาคตที่มีดิจิทัลเป็นตัวนำ”
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่ายอดการใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 33 ล้านล้านบาทภายในปี พ.ศ. 2568
โดยในประเทศไทยมีประมาณการว่าในปีเดียวกันจะมีจำนวนผู้ใช้งานมากถึง 43.77 ล้านคน ในขณะที่ segment ของการทำธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบใหม่ ๆ บนดิจิทัลคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตของรายได้ปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 58.7%
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการสำรวจโดยปับลิซีส เซเปียนท์ที่เรียกว่า Digital Life Index3 เผยว่า 83% ของผู้ตอบแบบสำรวจคนไทยมีบัญชีธนาคารรูปแบบดิจิทัลเพียงรูปแบบเดียว (a digital-only bank) ซึ่งจากสถิตินี้สะท้อนให้เห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจด้านเทคโนโลยีทางการเงินทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทย
นายเดวิด เมอร์ฟี่ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจบริการทางการเงิน ปับลิซีส เซเปียนท์ ประจำภูมิภาคยุโรป, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา และเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า “ไม่ว่าจะธุรกิจหรือภูมิภาคใดก็ตาม ลูกค้ามีคาดหวังที่จะได้รับความหลากหลายและความสะดวกสบายทั้งจากบริการทางการเงินและบริการอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการเงินบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่าย
ในตอนนี้ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัว ปรับโครงสร้าง โดยการนำเอาเครื่องมือ และเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อนำเอาประโยชน์ของข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และประสบการณ์ในการใช้งานที่ปราศจากอุปสรรค (Frictionless experiences) ของลูกค้ามาใช้ต่อยอดธุรกิจให้มากที่สุด”