ด้านนายวิฑูรย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขอขอบคุณมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ทีมทนายความ ซึ่งทุกท่านมีประสบการณ์ต่อสู้คดีความเพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ประเด็นที่ทีมทนายความยกขึ้นมาต่อสู้ มีเหตุผลหนักแน่น ซึ่งตนเชื่อมั่นตั้งแต่ต้นแล้วว่าเหตุผลที่เราเอาความจริง และความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ พึงได้รับการคุ้มครอง และศาลก็ได้วินิจฉัยยืนยันในเรื่องนี้แล้ว
“บรรทัดฐานในเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักวิชาการทั้งหลาย ที่กำลังศึกษาผลกระทบจากศาลเคมีก็ดี หรือผลกระทบเรื่องอื่นใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสิ่งแวดล้อม ท่านสามารถที่จะพูดความจริง เผยแพร่ข้อมูล และแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ โดยควรจะได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกัน” นายวิฑูรย์ ระบุ
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ในส่วนของมูลนิธิชีววิถี และเครือข่ายเตือนภัยเคมีกำจัดศัตรูพืช ยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่ต่อไป เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดการสารเคมีอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันยังคงมีการใช้อยู่ และมีผลกระทบต่อผู้คน ให้ได้รับการจัดการที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของพวกเราทั้งหมดร่วมกัน
“ในความเห็นของผม คดีแบบนี้ ที่เป็นการฟ้องร้องเพื่อเจตนาปิดปาก ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับผู้ใดเลย เพราะในท้ายที่สุดการต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อแสดงทรรศนะ และเผยแพร่ความจริง มันจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนร่วมกัน” นายวิฑูรย์ กล่าวสรุป