"สั่งให้แต่ละพื้นที่โรงพักจัดกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจในและนอกเครื่องแบบไปช่วยตรวจตราพื้นที่ และป้องปรามการเกิดเหตุยกพวกตีกันที่บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ในแต่ละพื้นที่ด้วย เนื่องจากทราบว่ามีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ใส่เครื่องแบบหรือเสื้อช็อปของแต่ละสถาบันไปชมภาพยนตร์ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจะเกิดการปะทะกันในบริเวณโรงภาพยนตร์ได้ และหากเกิดเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก็จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ทันที"
ทั้งนี้ยอมรับว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างกลุ่มเยาวชนวัยรุ่นและนักเรียนอาชีวะเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ การเปิดเข้าเรียนแบบ on-site ตามสถาบันการศึกษา
และการเข้าฉายของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลสรุปว่าเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นเพียงเล็กน้อย หากหลังจากนี้มีคดีหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการยกพวกตีกันมากขึ้นก็อาจจำเป็นต้องปรับสถานการณ์การควบคุมดูแลในแต่ละพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง
“ขอฝากเตือนไปยังกลุ่มเยาวชนและนักเรียนของสถาบันต่างๆว่าการยกพวกตีกันจนเกิดความรุนแรงที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามข้อหาความผิดต่างๆ ตามกฎหมาย โดยที่ผ่านมาพบว่าผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและวัยรุ่น และอัตราโทษค่อนข้างสูงทำให้เสียอนาคตทางการศึกษาและการเข้าทำงานในอนาคต จึงขอให้ยับยั้งชั่งใจไม่ให้เกิดความรุนแรงต่างๆเกิดขึ้น”