สภาสหพันธ์ของเยอรมนี อนุมัติ “โอลาฟ โชลซ์” จากพรรคสังคมประชาธิปไตยเยอรมนี (SPD) ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศเยอรมนี ถือเป็นการสิ้นสุดวาระการปกครองประเทศอันยาวนาน 16 ปีของนางแมร์เคิล กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของเยอรมนี นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายโอลาฟ โชลซ์ ได้รับการอนุมัติจากสภาสหพันธ์ (Bundestag) ของเยอรมนี ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ ต่อจาก นางอังเกลา แมร์เคิล ซึ่งเปิดทางให้พรรคสังคมประชาธิปไตยเยอรมนี (SPD) ขึ้นกุมอำนาจการบริหารประเทศ ท่ามกลางวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ในขณะนี้ยังทวีความรุนแรง และปัญหาทางการเมืองอีกมากมาย รวมถึงความขัดแย้งในประเด็นยูเครน

“โอลาฟ โชลซ์” ก้าวขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่เยอรมนี

สำหรับ มติในสภาสหพันธ์ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย  เนื่องจากพรรคร่วมทั้งสามของ โอลาฟโชลซ์ ครองเสียงข้างมากในสภา

 

ความคืบหน้าล่าสุด นายโอลาฟโชลซ์ จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งภายในวันนี้ ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดวาระการปกครองประเทศอันยาวนาน 16 ปีของนางแมร์เคิล และกลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของเยอรมนีนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

 

รู้จัก "โอลาฟ โชลซ์" ว่าที่ผู้นำเยอรมนีคนใหม่

 

โอลาฟ โชลซ์ เพิ่งนำพา พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SPD) กลับขึ้นมากุมอำนาจทางการเมืองได้อีกครั้ง หลังชนะการเลือกตั้งทั่วไปในเยอรมนีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย SPD นับเป็นพรรคการเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่สุดในเยอรมนี ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1945

“โอลาฟ โชลซ์” ก้าวขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่เยอรมนี



โอลาฟ โชลซ์ ยังต้องสร้างพันธมิตร ในการเข้ามาแทนที่ แองเกลา แมร์เคิล จากพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) ในฐานะนายกรัฐมนตรี หลังจากที่เธออยู่ในตำแหน่งมาถึง 16 ปี

ก่อนหน้านี้ พรรค SPD ของโอลาฟ เป็นรัฐบาลผสมกับพรรค CDU ของแองเกลาถึง 3 สมัยติดต่อกัน แน่นอนว่า ไม่ใช่ความพอใจเท่าไหร่ในการตกเป็นรองบ่อยๆ และต้องอยู่ในฐานะคล้ายๆ "ไม้ประดับ" ทางการเมืองที่ไม่ค่อยมีคนสนใจมากนัก แต่การอยู่ร่วมในคณะรัฐบาล ก็ช่วยยกระดับโพรไฟล์ของพรรค จนมีวันที่กลับมาเป็นอันดับหนึ่งได้เช่นวันนี้!!

 

 

โอลาฟ โชลซ์ นั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยของ แองเกลา แมร์เคิล ซึ่งในช่วงเกิดการระบาดของโควิด-19  เส้นทางชีวิตทางการเมืองที่น่าสนใจเช่นนี้ จากอดีตรมว.คลัง ที่มาพร้อม วัย 63 ปี ถือว่ามีบทบาทอย่างมากในการกู้วิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการดูแลการแจกจ่ายเงินช่วยเหลือหลายพันล้านยูโร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวมถึงการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน แก่ผู้ประสบอุทกภัยในฤดูร้อนในเขตเยอรมนีตะวันตก

“โอลาฟ โชลซ์” ก้าวขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่เยอรมนี

โอลาฟ ได้รับฉายาในเยอรมนีว่า "สโคลโซมัต" 

เพราะจากการหมกมุ่นอยู่กับรูปแบบการเมืองเดิมๆ ที่ค่อนข้างน่าเบื่อ แต่นั่นกลับกลายเป็นประโยชน์ต่อเขาอีกมุมหนึ่ง เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังคงผูกพันกับ แองเกลา แมร์เคิล ที่เหมือนจะวางตำแหน่งเขาให้เป็นผู้สืบทอดโดยธรรมชาติของเธอ แม้ว่าจะอยู่กันคนละพรรคคนละสังกัดก็ตาม



“16 ปี ของแองเกลา ได้สร้างผลกระทบอย่างมาก ต่อวัฒนธรรมทางการเมืองของเยอรมนี” ฟรังก์ สเตราส์ ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารทางการเมืองที่เคยทำงานร่วมกับ SPD กล่าว

 

“โอลาฟ โชลซ์ ไม่ใช่โคลน ( clone) ของแองเกลา แต่เขามีสไตล์ทางการเมืองที่คล้ายคลึงกัน มากพอที่จะสามารถดึงดูดใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อาจกำลังมองหาในสิ่งเดียวกัน ”

“โอลาฟ โชลซ์” ก้าวขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่เยอรมนี

 

 

เปิดประวัติ-ผลงานทางการเมือง

โอลาฟ โชลซ์ เกิดในเมืองออสนาบรึค ในรัฐโลเวอร์แซกโซนี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมนี เขาเติบโตมาในย่านรัฐฮัมบูร์กที่มั่งคั่ง บนชายฝั่งทางเหนือของเยอรมนี ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีด้วย สลับไปมาระหว่างการเมืองระดับรัฐและระดับชาติ



เขาเคยดำรงตำแหน่งในรัฐสภา หรือ Bundestag และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและกิจการสังคมในคณะรัฐมนตรีชุดแรกของ ผู้นำคนเก่า "แองเกลา แมร์เคิล"



เส้นทางของอาชีพทางการเมืองของ โอลาฟ โชลซ์ ว่ากันว่า เต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาว ในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองฮัมบูร์ก เขาต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์ในการจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม 20 ในปี 2017 เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวลุกลามไปสู่ความรุนแรงในวงกว้างระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจ

 

“โอลาฟ โชลซ์” ก้าวขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่เยอรมนี

นอกจากนี้ เขายังเจอการการไต่สวนของรัฐสภาโดยฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อต้นปีนี้ หลังจากเห็นว่าเขาบกพร่องในการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน ที่มีการเปิดเผยเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการฉ้อโกงหลังสงครามครั้งใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ซึ่งเขาได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา



นอกจากนี้ โอลาฟ ยังเคยถูกสอบสวน ว่าเขาได้กระทำการเพื่อโน้มน้าวหน่วยงานด้านภาษี ในนามของธนาคารฮัมบูร์กที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องอื้อฉาวการฉ้อโกง ซึ่งทำให้รัฐขาดรายได้นับหลายพันล้านยูโรในเยอรมนีหรือไม่ แต่เขาก็ได้ปฏิเสธในการกระทำผิดเช่นเคย และไม่มีหลักฐานใดๆที่จะใช้นำมาเอาผิดเขาได้จริง!!

 

สื่อต่างประเทศยังเผยอีกว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง โอลาฟ โชลซ์ ยังถูกบังคับให้กลับไปที่เบอร์ลิน เพื่อตอบคำถามคณะกรรมการการเงินของรัฐสภา หลังจากอัยการ สั่งการค้นกระทรวงการคลัง อันเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมที่หน่วยปราบปรามการฟอกเงิน

 

ขณะที่ ฝ่ายกฎหมายของ SPD เผยในประเด็นนี้ว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง เนื่องจากพรรคของพวกเขากำลังเป็นผู้นำในการเลือกตั้ง เคราะห์ดีที่เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อคะแนนเสียง

 

สิ่งที่สนับสนุนและเอื้อให้ นายโอลาฟ โชลซ์ และพรรค SPD ชนะขาดอย่างแท้จริง คือแคมเปญที่สะดุดใจผู้เลือกตั้งมากกว่า ทางพรรค CDU เดิมมีปัญหาเรื่องนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและการเก็บภาษีกับคนรวย ขณะที่พรรคกรีน ชูการเลิกใช้ถ่านหินภายในปี 2030 ขณะที่ SPD มีนโยบายผ่อนปรนให้ยึดตามวันที่เป้าหมายที่มีอยู่ในแผนเก่า คือปี 2038 ฯลฯ

นอกจากนี้ ทีมหาเสียงของโอลาฟ ยังทำงานได้ดีและทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยในการสำรวจที่ถามคำถามเชิงทฤษฎีกับชาวเยอรมันว่า พวกเขาจะลงคะแนนให้ใครหากพวกเขาสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้โดยตรง ซึ่งคล้ายเป็นการหาเสียงกลายๆ อย่างแยบยล

 

“โอลาฟ โชลซ์” ก้าวขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่เยอรมนี

อดีต รมว.คลัง ที่พูดจานุ่มนวล ได้แสดงความมั่นใจว่า

 

“การเลือกตั้งครั้งนี้ เขาจะประสบความสำเร็จ”

 

แม้ในช่วงแรก ๆ ของการรณรงค์จะยังไม่มีวี่แววเลยก็ตาม
 

เปิดชีวิตส่วนตัว โอลาฟ โชลซ์

เขาได้สมรสกับ บริตตา แอร์นสท์ ในปี 1998 โดยตัวเธอเอง ก็เป็นนักการเมืองสังกัดพรรค SPD เช่นกัน และเป็นโฉมหน้าที่รู้จักกันดีในระดับท้องถิ่น โดยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และการกีฬาแห่งเมืองบรันเดนบูร์ก

“โอลาฟ โชลซ์” ก้าวขึ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่เยอรมนี