ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ในหลายๆ ประเทศจำเป็นต้องงัดมาตรการคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดโดยเฉพาะมาตรการจำกัดการเดินทาง เช่น การขึ้นบัญชีห้ามเที่ยวบินจากประเทศเสี่ยงเข้าประเทศ ไปจนถึงการปิดประเทศ
ล่าสุดข่าวดังระดับโลก หลังทางการญี่ปุ่นได้ประกาศยกระดับมาตรการคุมเข้ม โดย นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นของญี่ปุ่น ประกาศปิดประเทศโดยห้ามผู้โดยสารต่างชาติจากทุกประเทศทั่วโลกเข้าประเทศชั่วคราว เริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 30 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา
สำหรับมาตรการของประเทศไทย
ได้มีประกาศ ห้ามนักท่องเที่ยวจาก 8 ประเทศเสี่ยงทวีปแอฟริกาเดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.2564 และกลับไปใช้มาตรการตรวจหาเชื้อโควิดด้วยวิธี RT-PCR แก่บุคคลต่างชาติและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยเช่นเดิมอีกครั้ง หลังจากประกาศผ่อนคลายมาตรการไปเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา
ด้านภาคเอกชนกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดกลายพันธุ์โอมิครอนอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรัฐงัดมาตราการล๊อคดาวน์ปิดประเทศอีกครั้งหนึ่งก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวดิ่งลงไปอีกและแทบมองไม่เห็นโอกาสที่จะฟื้นตัวในเร็ววัน
ล่าสุด นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะรับมือได้ จึงขอให้ทุกภาคส่วนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก และต้องการ์ดสูง ป้องกันการระบาด อีกทั้ง ยังต้องรอความเห็นของทางการแพทย์ว่าวัคซีนที่ปัจจุบันใช้กันอยู่นั้นสามารถรับมือได้มากขนาดไหน
ทั้งนี้ ในวันที่ 8 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะมีการประชุมหารือ เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโอมิครอนกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย