รวมถึงการมุ่งสู่บ้านประหยัดพลังงาน โดยภายในปี พ.ศ.2568 บ้านโครงการใหม่ของแสนสิริ 50% จะเป็นบ้านเย็นและประหยัดพลังงาน (Cooliving Designed Home) และเพิ่มขึ้นเป็น 70% ใน พ.ศ. 2573
ตลอดจนบ้านแสนสิริทุกหลังต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 ทุกชิ้น และใช้หลอดไฟ LED ประหยัดพลังงานทุกดวง
นอกจากนี้การก่อสร้างในทุกโครงการต้องลดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขยะจากการก่อสร้างจะนำมารีไซเคิลและรียูสได้ 70% ภายใน พ.ศ. 2568 รวมถึงกระบวนการผลิตของโรงงานพรีคาสต์ จะก่อให้เกิดขยะไม่เกิน 2% ภายใน พ.ศ. 2565
ที่สำคัญทุกโครงการแสนสิริต้องมีระบบ Waste Management เพื่อลดคาร์บอนและขยะสู่โลก โดยทุกโครงการต้องมีถังแยกขยะ (Waste to Worth) และมีเป้าหมายจับมือพันธมิตรเพื่อให้การแยกขยะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3. Partners: พันธมิตรพลังบวก โดยแสนสิริได้ร่วมมือกับพันธมิตรได้รู้จักการตั้งเป้าหมายลดการผลิตก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังเพื่อตั้งเป้าหมายร่วมกัน ซึ่งขณะนี้มีคู่ค้าที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรจากองค์กรขนาดใหญ่มากมาย อาทิ ทีโอเอ, คอตโต้, ไดกิ้น,เอสบี เฟอร์นิเจอร์, ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย, โคคา-โคลา (ประเทศไทย), บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด, บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน), GC เป็นต้น และอยู่ระหว่างการหารือกับสถาบันการเงิน เพื่อร่วมจัดทำสินเชื่อพิเศษ (Pre & Post Finance) ที่ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และในอนาคตจะมีการสนับสนุนให้ทุกพันธมิตรใน Ecosystem ของแสนสิริลงนามความร่วมมือว่าด้วย Net-zero ร่วมกัน
4. Investment: การลงทุนในทุกมิติ จะมุ่งเน้นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดคาร์บอนโดยตรงและทางอ้อม โดยในเบื้องต้นได้กำหนดงบลงทุนไว้ 500 ล้านบาท สำหรับระยะเวลา 3 ปี โดยจะเน้นลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อพลังงานสะอาด เทคโนโลยีสุขภาพ เทคโนโลยีการเกษตร เทคโนโลยีด้านอาหาร ซึ่งทุกธุรกิจจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรต่อสังคม
“โมเดลของแสนสิริจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนการมุ่งสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุถึงเป้าหมาย Net Zero ที่ได้ให้ไว้กับประชาคมโลก ซึ่งแสนสิริเองเราขออาสาที่จะทำภารกิจนี้อย่างจริงจังและเร่งด่วนใน 4 มิติ Process- Product – Partners – Investment เพื่อเข้าสู่เป้าหมาย Thailand’s First Real-Estate Company to Set Target for Net-zero หรือรายแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยที่กล้าประกาศตั้งเป้า Net-zero อย่างเป็นรูปธรรม
ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นและได้มาตรฐาน การใช้พลังงานสะอาด ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกับเพื่อนของแสนสิริที่เป็นพันธมิตรพลังบวก ตลอดจนร่วมลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดคาร์บอนโดยตรงและทางอ้อม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกกระบวนการทำงานของแสนสิริจะเป็นพลังงานสะอาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เพื่อช่วยสร้างแรงกระตุ้นการรับรู้ของสังคมให้เกิดการตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนสามารถทำได้ โดยเริ่มจากบ้านซึ่งเป็นหน่วยเล็กๆ ที่เป็นที่อยู่อาศัยของทุกคน เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกของเรา” นายเศรษฐา กล่าว