"บุญทรง" และพวกเจออีก 2 คดี"ระบายข้าวจีทูจี ภาค 2" ร่วมกับขรก. นิติบุคคล และบ.ต่างชาติที่อ้างเป็นรัฐวิสาหกิจจีน ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา 26 พ.ย.นี้ อีกคดี"ระบายมันเส้นจีทูจี" 3 หมื่นล้าน เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.ฟัน ด้านคดีระบายมันจีทูจี 4.3 พันล้าน ยุค"อภิสิทธิ์"ยังไม่สรุป

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (เลขาธิการ ป.ป.ช.) เปิดเผย "เนชั่นออนไลน์" ว่า คดีระบายข้าวจีทูจีภาค 2 ที่มีการกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับบุคคลอื่น 72 ราย มีทั้งข้าราชการ บุคคล นิติบุคคล และรัฐวิสาหกิจต่างชาติที่อ้างว่าเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน 

 

สำหรับพฤติการณ์การกระทำความผิด คือ มีการตกลงทำสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐแต่จากการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ปรากฎว่าบริษัทต่างประเทศของจีน ที่เข้ามาซื้อข้าวไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจจีน ตามกฎหมายประเทศจีน แต่เป็นเหมือนบริษัทของมณฑลต่างๆ แล้วมาสวมตัวค้าขายกันกับประเทศไทย

 

การระบายข้าวจีทูจี ภาค 2 มีทั้งหมด 4 สัญญา เกิดขึ้นเมื่อปี 2556 ทั้ง 4 สัญญา กลุ่มผู้ถูกกว่าหา มีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับบริษัท สยามอินดิก้า ด้วยเป็นที่ทราบดีว่าตั้งแต่โครงการทุจริตจำนำข้าวภาคแรก บริษัท สยามอินดิก้า ก็จะเข้ามามีบทบาทมาก รวมทั้ง พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ เป็นตัวละครหนึ่งที่มีบทบาทในการค้าขายข้าวกับต่างประเทศ

 

นายนิวัติไชย เปิดเผยว่า ป.ป.ช.ได้สอบปากคำ ไต่สวนบุคคล 90 กว่าปาก ขอเอกสารจากหน่วยงานของรัฐ 42 หน่วยงาน และมีการกันบางส่วนพยานด้วย และมีการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 52 ราย โดยใน 26 พ.ย.64 มีการแจ้งข้อกล่าวหาครบทุกคน หลังจากนั้น จะประมวลเรื่องทั้งหมด ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่า ในการระบายข้าวจีทูจี ภาค 2 มีใครถูกใครผิดอย่างไร ใครที่เป็นตัวการ หรือร่วมกันเป็นตัวการ หรือเป็นผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน และถ้ามีมูลความผิดผิดอะไร อย่างไรบ้างเช่นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ รวมทั้งเอกชนผู้สนับสนุน และบุคคลที่ให้ความร่วมมือในการกระทำผิดครั้งนี้ เมื่อสรุปแล้วจะนำเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณาต่อไป

"บุญทรง" และพวก เจออีก 2 คดี"ระบายข้าว-มัน จีทูจี"

ส่วนความเสียหายของโครงการ ระบายข้าวจีทูจี ภาค 2 ต้องรอสรุปเนื้อหา พยานหลักฐาน และแจ้งข้อกล่าวหาก่อน  จึงจะได้ตัวเลขความเสียหาย ที่ชัดเจน

 

เลขาธิการ ป.ป.ช. ชี้แจงว่า คดีระบายข้าวจีทูจี ภาค 2 แตกต่างกับคดีแรกคือรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาล เมื่อมีการดำเนินโครงการและก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ไม่มีการระงับยับยั้ง ทั้งยังมีการดำเนินโครงการต่อไป เอื้อประโยชน์ให้บุคคลต่างๆ ป.ป.ช. จึงวินิฉัยชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคนที่เกี่ยวข้อง ส่วนในภาค2 คือซื้อข้าว และระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ

 

สำหรับคดีที่นายบุญทรง ถูกจำคุก นั้น เป็นความผิดในคดีแรก คือจำนำข้าว ในขั้นตอนการซื้อขายข้าวในประเทศ แต่ที่ ป.ป.ช.กำลังพิจารณา คือขั้นตอนการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ สำหรับการนับโทษ เป็นการทำผิดต่างกรรมต่างวาระ ถ้าศาลเห็นว่าผิดก็ให้นับโทษต่อจากคดีแรกไป

"บุญทรง" และพวก เจออีก 2 คดี"ระบายข้าว-มัน จีทูจี"

เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึง คดีระบายมันสำปะหลัง เพื่ออาหารสัตว์ หรือระบายมันเส้นจีทูจี เป็นลักษณะการจัดซื้อจีทูจี เช่นเดียวกัน คือการสวมสิทธิ์ เพราะลักษณะจีทูจี คือรัฐซื้อขายกับรัฐ เพราะฉะนั้น รัฐวิสาหกิจจีน จะต้องมีใบรับรองจากรัฐบาลจีน ยืนยันว่าได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีน ให้มาดำเนินการซื้อข้าวกับประเทศไทย แต่ที่ผ่านมามักจะปรากฎว่าเวลาที่เราเชิญชวนบริษัทต่างประเทศก็จะมีการสวมรอยเป็นรัฐวิสาหกิจจีนแต่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจจีน ที่ได้รับมอบหมายให้มาดำเนินธุรกิจหรือมาซื้อขายกับประเทศไทยโดยตรง    

 

คดีระบายมันสำปะหลัง เกี่ยวข้องกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 87 ราย มีกลุ่มพ่อค้าคนกลาง กลุ่มบริษัทที่มาซื้อ กลุ่มข้าราชการ ทำเป็นขบวนการ 

 

โดยรัฐบาลในขณะนั้น ดำเนินโครงการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ เช่นเดียวกัน มีทั้งหมด 7 สัญญา ในปี 2554 จำนวน 4 สัญญา ปี 55/56 อีก 3 สัญญา รวมทั้งหมด 4.7 ล้านตันวงเงินรวมทั้งสิ้น 30,000 กว่าล้าน ในแต่ละสัญญานำเอาบริษัทจีน มาทำสัญญากับกระทรวงพาณิชย์ ในการระบายมันสำปะหลังออกไป ส่วนบริษัทจีนเอาไปขายใคร หรือได้มันไปจริงไหมอยู่ระหว่างการไต่สวน ขณะนี้มีการไต่สวนพยานบุคคลไปแล้ว 70 กว่าปากขอทราบเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ กว่า 50 หน่วยงาน มีการแจ้งข้อหาไปแล้ว 71 รายปัจจุบันอยู่ระหว่างการสรุปสำนวนการไต่สวน เพื่อเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.วินิจฉัย 

 

คดีระบายมันเส้นจีทูจี อีกคดีผู้ถูกกล่าวหาคือ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์  และนายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ ในตอนนั้น มีผู้ถูกกว่าหากว่า 60 คน เรื่องนี้คล้ายๆ กับการจัดซื้อข้าวแบบจีทูจี คือการระบายมันสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐ อยู่ในโครงการแทรกแซงราคามันสำปะหลัง ปี51/52 มีคณะกรรมการระบายพืชผลทางการเกษตร ซึ่งนายไตรรงค์ เป็นประธาน และมีบอร์ดชุดเล็ก มีนางพรทิวา เป็นประธานเสนอว่าจะระบายอย่างไร มีหลักเกณฑ์การขายอย่างไร ซึ่งปรากฎว่าไปเอาบริษัทรัฐวิสาหกิจจีน มาสวมตัวทำสัญญากับกระทรวงพาณิชย์ มีทั้งหมด 3 สัญญา สัญญาแรก1,900 กว่าล้าน สัญญาที่สอง 1,500 กว่าล้าน สัญญาที่สาม ประมาณ 900 กว่าล้าน รวม4,300 กว่าล้าน

 

เรื่องนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนแล้ว มีการสอบปากคำบุคคล มีการขอเอกสารที่มีการติดต่อระหว่างประเทศคือบริษัทของจีนซึ่งต้องแปล จึงใช้เวลา และเหลือข้อมูลส่วนหนึ่งก่อนสรุปนำเสนอคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อพิจารณาว่า มีมูลเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่อย่างไร

 

คดีนี้ในข้อกล่าวหา มีอดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย แต่จากการสอบสวนยังไม่ปรากฎหลักฐานว่านายอภิสิทธิ์ เกี่ยวข้องเพราะมีการมอบหมายให้รองนายกฯ คือนายไตรรงค์ ดำเนินการแทน    

 

คดีระบายมันจีทูจี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มีความแตกต่างกับโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ คือ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารประเทศ รู้ว่าโครงการรับจำนำข้าว มีความเสียหาย แต่ยังมีการละเลยละเว้น ส่วนการระบายมันจีทูจี ก็ต้องไปดูว่าอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ รู้ไหมเพราะมีการมอบหมายให้คณะกรรมการไปทำแล้ว 

 

เลขาธิการ ป.ป.ช.สรุปว่า ส่วนที่ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ บอกว่าหยุดไม่ได้ หยุดไม่ได้จริงไหม แล้วเมื่อเกิดความหายไม่หยุดแล้วยังของบประมาณเพิ่ม เอาไปโป๊ะโครงการนี้อีก ไม่มีโครงการไหนที่หยุดไม่ได้ ถ้าก่อให้เกิดความเสียหาย

"บุญทรง" และพวก เจออีก 2 คดี"ระบายข้าว-มัน จีทูจี"