เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึง คดีระบายมันสำปะหลัง เพื่ออาหารสัตว์ หรือระบายมันเส้นจีทูจี เป็นลักษณะการจัดซื้อจีทูจี เช่นเดียวกัน คือการสวมสิทธิ์ เพราะลักษณะจีทูจี คือรัฐซื้อขายกับรัฐ เพราะฉะนั้น รัฐวิสาหกิจจีน จะต้องมีใบรับรองจากรัฐบาลจีน ยืนยันว่าได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีน ให้มาดำเนินการซื้อข้าวกับประเทศไทย แต่ที่ผ่านมามักจะปรากฎว่าเวลาที่เราเชิญชวนบริษัทต่างประเทศก็จะมีการสวมรอยเป็นรัฐวิสาหกิจจีนแต่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจจีน ที่ได้รับมอบหมายให้มาดำเนินธุรกิจหรือมาซื้อขายกับประเทศไทยโดยตรง
คดีระบายมันสำปะหลัง เกี่ยวข้องกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 87 ราย มีกลุ่มพ่อค้าคนกลาง กลุ่มบริษัทที่มาซื้อ กลุ่มข้าราชการ ทำเป็นขบวนการ
โดยรัฐบาลในขณะนั้น ดำเนินโครงการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ เช่นเดียวกัน มีทั้งหมด 7 สัญญา ในปี 2554 จำนวน 4 สัญญา ปี 55/56 อีก 3 สัญญา รวมทั้งหมด 4.7 ล้านตันวงเงินรวมทั้งสิ้น 30,000 กว่าล้าน ในแต่ละสัญญานำเอาบริษัทจีน มาทำสัญญากับกระทรวงพาณิชย์ ในการระบายมันสำปะหลังออกไป ส่วนบริษัทจีนเอาไปขายใคร หรือได้มันไปจริงไหมอยู่ระหว่างการไต่สวน ขณะนี้มีการไต่สวนพยานบุคคลไปแล้ว 70 กว่าปากขอทราบเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ กว่า 50 หน่วยงาน มีการแจ้งข้อหาไปแล้ว 71 รายปัจจุบันอยู่ระหว่างการสรุปสำนวนการไต่สวน เพื่อเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.วินิจฉัย
คดีระบายมันเส้นจีทูจี อีกคดีผู้ถูกกล่าวหาคือ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ ในตอนนั้น มีผู้ถูกกว่าหากว่า 60 คน เรื่องนี้คล้ายๆ กับการจัดซื้อข้าวแบบจีทูจี คือการระบายมันสำปะหลังแบบรัฐต่อรัฐ อยู่ในโครงการแทรกแซงราคามันสำปะหลัง ปี51/52 มีคณะกรรมการระบายพืชผลทางการเกษตร ซึ่งนายไตรรงค์ เป็นประธาน และมีบอร์ดชุดเล็ก มีนางพรทิวา เป็นประธานเสนอว่าจะระบายอย่างไร มีหลักเกณฑ์การขายอย่างไร ซึ่งปรากฎว่าไปเอาบริษัทรัฐวิสาหกิจจีน มาสวมตัวทำสัญญากับกระทรวงพาณิชย์ มีทั้งหมด 3 สัญญา สัญญาแรก1,900 กว่าล้าน สัญญาที่สอง 1,500 กว่าล้าน สัญญาที่สาม ประมาณ 900 กว่าล้าน รวม4,300 กว่าล้าน
เรื่องนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนแล้ว มีการสอบปากคำบุคคล มีการขอเอกสารที่มีการติดต่อระหว่างประเทศคือบริษัทของจีนซึ่งต้องแปล จึงใช้เวลา และเหลือข้อมูลส่วนหนึ่งก่อนสรุปนำเสนอคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อพิจารณาว่า มีมูลเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่อย่างไร
คดีนี้ในข้อกล่าวหา มีอดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย แต่จากการสอบสวนยังไม่ปรากฎหลักฐานว่านายอภิสิทธิ์ เกี่ยวข้องเพราะมีการมอบหมายให้รองนายกฯ คือนายไตรรงค์ ดำเนินการแทน
คดีระบายมันจีทูจี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มีความแตกต่างกับโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ คือ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารประเทศ รู้ว่าโครงการรับจำนำข้าว มีความเสียหาย แต่ยังมีการละเลยละเว้น ส่วนการระบายมันจีทูจี ก็ต้องไปดูว่าอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ รู้ไหมเพราะมีการมอบหมายให้คณะกรรมการไปทำแล้ว
เลขาธิการ ป.ป.ช.สรุปว่า ส่วนที่ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ บอกว่าหยุดไม่ได้ หยุดไม่ได้จริงไหม แล้วเมื่อเกิดความหายไม่หยุดแล้วยังของบประมาณเพิ่ม เอาไปโป๊ะโครงการนี้อีก ไม่มีโครงการไหนที่หยุดไม่ได้ ถ้าก่อให้เกิดความเสียหาย