ผศ.ดร.นพดล นำเสนอด้วยว่า ที่น่าพิจารณา ส่วนใหญ่ 97.2 ต้องการให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย โดยกลไกรัฐสภา ขณะที่ 2.8 ไม่ต้องการ
ส่วนใหญ่ 96.5 ไม่เห็นด้วยกับ ขบวนการสร้างเงื่อนไข บิดเบือน ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติ นำมวลชนลงถนน และใช้ความรุนแรง มีเพียง 3.5 เห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ 96.8 ระบุบ้านเมืองและประชาชนกำลังอยู่ในช่วงต้นของการเปิดประเทศ เริ่มกลับมาใช้ชีวิต ค้าขายปกติ ทุกคนกำลังช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศและแก้ปัญหาปากท้องในทุกมิติ
ผู้อำนวยการซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยกับขบวนการสั่นคลอนสถาบันกษัตริย์ โดยรับรู้ได้ถึงเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่มีนักวิชาการ นักการเมือง นักข่าว และกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมบางส่วน ร่วมมือกับขบวนการต่างชาติ พยายามแทรกแซงเปลี่ยนแปลงการปกครองไทย โดยปั่นให้คนไทยแตกแยก ขัดแย้ง อ่อนแอ นำสู่ความวุ่นวายทางสังคมรุนแรงบานปลาย จนไม่สามารถควบคุม ดังตัวอย่าง ในฮ่องกงและหลายประเทศในตะวันออกกลาง
ผลโพลนี้จึงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนไทยส่วนใหญ่รู้เท่าทันความเคลื่อนไหวทำลายชาติจึงไม่เอาด้วยกับขบวนการและไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของขบวนการ
ความขัดแย้งรุนแรงในชาติจะไปทำลายความหวังและความพยายามร่วมกันในการเริ่มเปิดและฟื้นฟูประเทศ อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์และความคิดเห็นต่างเป็นเรื่องปกติในวิถีประชาธิปไตย ที่รัฐจำเป็นต้องเปิดเวทีให้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกันในทุกระดับ โดยต่างต้องเคารพความคิดเห็นต่างและทำความเข้าใจกัน ไม่เห็นเป็นฝ่ายตรงข้ามกันและเอาชนะกันด้วยการบิดเบือน ปลุกปั่น สร้างความโกรธเกลียดแตกแยกรุนแรงในสังคม จนสูญเสียเอกภาพการควบคุมแบ่งสรรทรัพยากรและผลประโยชน์กันเองภายในประเทศให้กับต่างชาติสามารถควบคุมดูดซับกลับประเทศไปใช้ประโยชน์ เฉกเช่น หลายประเทศที่กำลังเกิดขึ้น