รัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐบาเดิน-เวิอร์ทเทิมแบร์ค, รัฐเฮสเซิน และรัฐบรานเดนบวร์ก
ต่างระบุถึงความจำเป็นที่แต่ละรัฐ ยังคงต้องดำเนินตามนโยบายต่างๆ ที่บังคับใช้ เช่น เคอร์ฟิว, ล็อกดาวน์ หรือปิดโรงเรียน ท่ามกลางภาระอันหนักอึ้งของโรงพยาบาล ซึ่งในบางภูมิภาคใกล้จะเกิดขีดจำกัด ขณะที่ผู้นำรัฐบาลกลางและอีก 16 รัฐ มีกำหนดหารือถึงมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการระบาดระลอก 4 และพรรคการเมือง 3 พรรค ที่กำลังหารือเรื่องการตั้งรัฐบาลใหม่ เห็นชอบให้ขยายเวลาการประกาศภาวะฉุกเฉิน ที่บังคับใช้มาตั้งแต่เริ่มต้นการระบาดและกำลังจะหมดอายุในวันที่ 25 พฤศจิกายนต่อไป
ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่อยู่ที่มากกว่า 29,000 คน ติดเชื้อสะสมมากกว่า 5 ล้านคน และเสียชีวิตมากกว่า 98,000 คน ท่ามกลางความวิตกของผู้เชี่ยวชาญว่า ถ้าไม่เร่งหามาตรการแก้ไข อาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 100,000 คน ด้านสมาคมแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี "มาร์บูร์การ์ บุนด์" (Marburger Bund) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ผู้ป่วยเกิดขีดจำกัดของห้องไอซียู อาจจำเป็นต้องส่งผู้ป่วยไปภูมิภาคอื่น ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ได้เรียกร้องให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน คิดทบทวนการตัดสินใหม่ และเรียกร้องให้บังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมทั้ง การเร่งฉีดวัคซีนกระตุ้นให้เร็วขึ้น คนที่จะเข้าพื้นที่ปิดจะต้องมีผลทดสอบหาเชื้อโควิด-19 เป็นลบ, ฉีดวัคซีนแล้ว, หรือมีหลักฐานยืนยันว่าหายแล้ว ในกรณีที่เคยติดเชื้อ ด้านหนังสือพิมพ์ สปีเกล รายงานว่า กองทัพเตรียมส่งกำลังทหาร 12,000 นาย เข้าไปช่วยเหลือด้านการบริการสาธารณสุขในช่วงคริสต์มาส และยังบริการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นและทดสอบหาเชื้อตามบ้านเรือนและโรงพยาบาล