โฆษกรัฐบาลเผย รัฐบาลจัดหาวัคซีนได้เกินเป้าหมาย เร่งสำรวจ ขึ้นทะเบียนแรงงาน วางแนวทางฉีดวัคซีนกลุ่มประชากรที่มิใช่สัญชาติไทยด้าวและประชากรกลุ่มอื่นๆ ทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนสิ้นปีนี้ วัคซีนเข็ม 1 ร้อยละ 80 และเข็ม 2 ร้อยละ 70 ภายในเดือนธันวาคมนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 (ศบค.) ติดตามแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของไทย พอใจไทยสามารถจัดหาวัคซีนโควิด-19  เกินเป้าหมาย

 

โดยปลายปีนี้ ไทยจะมีวัคซีนรวมทั้งหมด 155.6 ล้านโดส ประกอบด้วย วัคซีนที่รัฐจัดหา จำนวน 128.6 ล้านโดส ได้แก่ ซิโนแวค (sinovac) แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) และ ไฟเซอร์ (Pfizer) รวมทั้งวัคซีนทางเลือก ได้แก่ ซิโนฟาร์ม (SINOPHARM) และ โมเดอร์นา (moderna) จำนวน 27 ล้านโดส  

 

โฆษกฯ เผยรัฐบาลจัดหาวัคซีนได้เกินเป้า เดินหน้าฉีดวัคซีนแรงงานต่างด้าว

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายใหม่ของการฉีดวัคซีนภายในปีนี้ โดยให้ครอบคลุมผู้ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 อย่างน้อยร้อยละ 80  และเข็ม 2 อย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในเดือนธันวาคมนี้ ผลการดำเนินการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 12 พฤศจิกายน 64 มีจำนวนผู้ได้รับวัคซีนสะสม 84.5 ล้านราย ดังนี้

 

  • ผู้ได้รับเข็มที่ 1 จำนวน 45.2 ล้านราย คิดเป็น 67.3 % 
  • ผู้ได้รับเข็มที่ 2 จำนวน 36.5 ล้านราย คิดเป็น 54.4 % 
  • ผู้ได้รับเข็มที่ 3 จำนวน 2.7 ล้านราย คิดเป็น 3.8% 

 

โฆษกฯ เผยรัฐบาลจัดหาวัคซีนได้เกินเป้า เดินหน้าฉีดวัคซีนแรงงานต่างด้าว

 

สำหรับผลการฉีดวัคซีนในกลุ่มอายุ 12 – 17 ปี ระหว่างวันที่ 4 ต.ค. – 11 พ.ย. 64 รวมจำนวน 4.3 ล้านโดส แบ่งเป็น

  • เข็มที่ 1 จำนวน 2.8 ล้านโดส
  • เข็มที่ 2 จำนวน 1.5 ล้านโดส

 

รวมทั้ง การฉีดวัคซีนชาวต่างชาติในไทยอยู่ที่ 2,196,744 โดส คิดเป็นร้อยละ 26.5 ของจำนวนชาวต่างชาติทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในไทย

 

โฆษกฯ เผยรัฐบาลจัดหาวัคซีนได้เกินเป้า เดินหน้าฉีดวัคซีนแรงงานต่างด้าว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผู้อำนวยการ ศบค. ยังเห็นชอบให้มีการจัดสรรให้กลุ่มประชากรอื่นๆ ที่ไม่ใช่สัญชาติไทยทั้งหมด สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ตามความสมัครใจ แนวทางบริหารจัดการกลุ่มประชากรที่มิใช่สัญชาติไทย

 

ศบค.มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกำหนดและจัดทำทะเบียนรายชื่อและจำนวนสำหรับผู้ที่ประสงค์รับวัคซีน  ติดตามให้มารับการฉีดวัคซีนตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด 

 

โฆษกฯ เผยรัฐบาลจัดหาวัคซีนได้เกินเป้า เดินหน้าฉีดวัคซีนแรงงานต่างด้าว

กรณีกลุ่มเป้าหมายไม่มีเลขประจำตัวจะสร้างฐานข้อมูลตัวแปร (generate code) เพื่อออกใบรับรองการฉีดวัคซีนได้   ทั้งนี้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด  สำรวจ จัดทำทะเบียนฉีด รวมทั้งพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการฉีดให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ดังนี้

  • 1. แรงงานภาคประมง จังหวัดชายทะเล ( จังหวัดชายทะเล 21 จังหวัด )   มอบ ศรชล.  
  • 2. คนประจำเรือไทยหรือผู้ปฏิบัติงานบนเรือไทย ณ บริเวณท่าเรือในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ  ( จังหวัดชายทะเล 21 จังหวัด )  มอบกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม  
  • 3. แรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการ /บ้านนายจ้างที่ทั้งขึ้นทะเบียนและไม่ขึ้นทะเบียน  มอบกอ.รมน. กระทรวงแรงงาน /กระทรวงมหาดไทย 
  • 4. แรงงานต่างด้าว ตามชายแดนไทย  5) ผู้หนีภัยการสู้รบ  พื้นที่พักพิงราชบุรี กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอนและตากและ  6) กลุ่มประชากรอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สัญชาติไทยทั้งหมด ในทุกจังหวัด  มอบกระทรวงมหาดไทย 

 

ทั้งนี้ ยังกำชับผู้รับผิดชอบระดับอำเภอ ตำบลและหมู่บ้าน เร่งสำรวจประชากรที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้รับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว เพื่อลดความรุนแรงของการแพร่ระบาด พร้อมทั้งปกป้องระบบสาธารณสุขไทย 

 

ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนต

"วานนี้ ในที่ประชุมผู้นำเอเปค ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค รวมทั้ง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)  ยังเห็นพ้องกันว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างทั่วถึง เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาทั้งการระบาดไวรัสโควิด-19 และนำเศรษฐกิจให้กลับมาเดินหน้าได้อีก ซึ่งตรงกับนโยบายนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่ให้เร่งจัดหาและฉีดวัคซีน มั่นใจไทยเข้าถึงเป้าหมาย 100 ล้านโดสภายในเดือนนี้   ช่วยย้ำความเชื่อมั่นให้กับภาคเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมทั้งการเปิดประเทศเพิ่มเติมในปลายปีนี้ ด้วย"   นายธนกรฯ กล่าว