เนชั่นทีวี

ข่าว

ส่องข้อเสนอแนะสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนจากโลกถึงไทย

12 พ.ย. 2564 | sutthirak

ส่องข้อเสนอแนะสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนจากโลกถึงไทย

ข้อเสนอจากประชาคมโลกสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ที่มีต่อไทย ทั้งสิทธิเด็ก โทษประหารชีวิต พ.ร.บ.ควบคุมภาคประชาสังคม สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก สิทธิในเสรีภาพการชุมนุม สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง สิทธิผู้หญิง สิทธิแรงงานข้ามชาติ ความรุนแรงจากการเลือกปฏิบัติทางเพศ

กระบวนการทบทวนสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน หรือ Universal Periodic Review (UPR) กลไกหนึ่งที่อยู่ภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council หรือ HRC) ซึ่งมีจุดประสงค์ในการตรวจสอบสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ในทุก ๆ ด้านของรัฐสมาชิกสหประชาชาติ

 

กระบวนการทบทวนสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของแต่ละประเทศ จะเกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปีครึ่ง โดยแต่ละประเทศจะจัดทำรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศของตนเพื่อที่รัฐอื่น ๆ หรือผู้ที่มีความเกี่ยวข้องสามารถรับรู้ถึงสถานการณ์หรือประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกด้านที่เกิดขึ้น

 

กระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน หรือ UPR รอบที่ 3 ของประเทศไทย ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รัฐบาลไทย มีเวลา 48 ชั่วโมง ในการตอบแบบไม่เป็นทางการว่าจะรับข้อเสนอแนะจากประเทศใดบ้าง เรื่องใดบ้าง หรือจัดเป็น Take Note คือไม่ตอบรับ หลังจากนั้นจะมีเวลาพิจารณาอย่างน้อย 2 เดือน ในการตอบรับอย่างเป็นทางการ

 

ข้อเสนอจากประชาคมโลก ที่มีต่อรัฐบาลไทย ทั้งประเด็นสิทธิเด็ก โทษประหารชีวิต พ.ร.บ.ควบคุมภาคประชาสังคม สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก สิทธิในเสรีภาพการชุมนุม สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง สิทธิผู้หญิง สิทธิแรงงานข้ามชาติ ความรุนแรงจากการเลือกปฏิบัติทางเพศ และอีกหลายประเด็น พร้อมฟังเสียงจากรัฐบาลไทยในการตอบคำถามประเด็นต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อย

ส่องข้อเสนอแนะสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนจากโลกถึงไทย

ส่องข้อเสนอแนะสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนจากโลกถึงไทย นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยนำเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน รอบที่ 3 โดยไทยได้เสนอความคืบหน้าในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของประเทศไทย พยายามที่จะปกป้องสิทธิของประชาชนทุกคนและการพัฒนาที่ยั่งยืน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

 

รวมถึงการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในสังคมโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยในด้านการเงิน โดยเฉพาะในสถานการณ์โรคโควิด-19 ไทยยืนยันที่จะรักษาระบบประกันสุขภาพ (บัตรทอง) ที่แข็งแกร่งต่อไป เนื่องจากสามารถช่วยเหลือผู้เปราะบางทางสุขภาพของผู้ป่วยในไทย นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้แรงงานข้ามชาติเข้าถึงระบบประกันสุขภาพอย่างเท่าเทียม

 

ไทยยังมีความพยายามในการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก เพื่อช่วยเหลือเด็กในประเทศที่ยังเป็นกลุ่มเปราะบางได้มากขึ้น เพื่อให้เด็กสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาที่มากขึ้น ส่งเสริมประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ทั้งชายและหญิง ไปจนถึงเยาวชน มีความพยายามในการออกกฎหมายการจดทะเบียนคู่ชีวิตของคู่รักเพศเดียวกันได้ ไปจนถึงการคุ้มครองคนทุกชาติพันธุ์ และแรงงานต่างชาติ

 

มีการจัดทำนโยบายส่งเสริมผู้สูงอายุด้วยการแก้ไขพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2561 และกำหนดให้เรื่องผู้สูงอายุเป็นวาระแห่งชาติ มีกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิ เข้าถึงงานและมีอิสระในสังคม

 

ให้ความคุ้มครองสิทธิแรงงานและส่งเสริมความเข้าใจทางด้านวัฒนธรรม ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน มีพระราชบัญญัติส่งเสริมคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ สนับสนุนแรงงานข้ามชาติด้วยการทำ MOU ป้องกันการแสวงหาประโยชน์แรงงานข้ามชาติและการค้ามนุษย์ ได้มีการให้ความช่วยเหลือบุคคลไร้สัญชาติและให้เด็กไร้สัญชาติได้มาอยู่ในระบบการศึกษา ให้การเข้าถึงการจดทะเบียนการเกิดสำหรับคนไร้สัญชาติ 

สำหรับสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง ไทยได้เคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกการชุมนุม ถึงแม้ว่าจะมีความท้าทายในเรื่องของการบังคับใช้ แต่ว่าสิทธิเสรีภาพนั้นจะต้องมีการใช้อย่างเหมาะสมในเชิงสร้างสรรค์ คำนึงถึงบริบทเรื่องของโรคโควิด-19 

 

นอกจากนั้นยังมีความพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับภาคประชาสังคมต่างๆ รับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สนับสนุนให้เกิดการหารือระหว่างคนหลายรุ่น หลายวัยได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อจะได้มีบรรยากาศในการพัฒนาประเทศชาติที่รองรับความคิดเห็นที่หลากหลาย

 

ขณะที่ประเทศไทยกำลังมีร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย มีการพัฒนาแผนด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชนประเทศไทย และป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน หรือ SLAPP อีกด้วย

 

ส่องข้อเสนอแนะจากโลกถึงไทย

 

ในช่วงที่เปิดพื้นที่ให้ประเทศต่างๆ กล่าวถึงการทำงานของประเทศไทยพร้อมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย  ทางเราได้รวบรวมข้อเสนอแนะของบางประเทศว่ามีความกังวลในประเด็นใดบ้าง

 

สหราชอาณาจักร – ประเทศไทยจะทบทวนกฎหมายและข้อบังคับที่กำหนดข้อจำกัดที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับสิทธิในเสรีภาพในการแสดงออก และมีมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและสื่อจากการถูกคุกคาม การข่มขู่ สร้างพื้นที่ใช้สิทธิ เสรีภาพทางการแสดงความคิดเห็นการชุมนุมการรวมกลุ่มกันอย่างเสรีทางออนไลน์และออฟไลน์

 

สหรัฐอเมริกา – ขอเสนอให้พิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วยกิจการและองค์กรที่แสวงหาผลกำไร ที่จะเป็นการจำกัดพื้นที่ในการทำงานของ NGO แก้ไขปัญหาการจำกัดสิทธิเสรีภาพ เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และโทษสำหรับมาตรา 112 เรื่องของการบังคับให้บุคคลสูญหายของนักกิจกรรม 7 คน

 

เยอรมนี -แสดงความกังวลต่อการจำกัดสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการรวมตัวกัน เสนอแนะให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ และกฎหมายหมิ่นประมาท แก้ไขมาตรการที่จำกัดสิทธิในเสรีภาพการชุมนุม ตรวจสอบผลกระทบจากร่างพ.ร.บ. NGO ให้ถี่ถ้วน ให้สัตยาบันเป็นภาคี พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ (OPCAT) 

 

สวิสเซอร์แลนด์ - เสนอให้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน  และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี รวมถึงปรับแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 

 

ฟินแลนด์ - เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  โดยเฉพาะการบังคับใช้ต่อเยาวชน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมถึงปฏิญญาว่าด้วยเรื่องสิทธิเด็ก ขจัดการเลือกปฏิบัติทางเพศ ทำให้การทรมานและการบังคับให้สูญหายมีความผิดตามกฎหมาย เพื่อคืนสิทธิให้กับเหยื่อ รับรองว่าประชาชนรวมถึงพนักงานบริการ (Sex Workers) จะเข้าถึงสิทธิในสุขภาพที่ได้มาตรฐานที่เพียงพอ

 

ฝรั่งเศส - ได้แสดงข้อเสนอแนะเรื่องการปกป้องประชาชนจากการถูกบังคับบุคคลให้สูญหาย โทษประหารชีวิต การทรมาน ปกป้องสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก รวมถึงการให้แก้ไขมาตรา 112 แก้ไขร่าง พ.ร.บ. NGO พัฒนาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าด้วยเรื่องความรุนแรงจากการเลือกปฏิบัติทางเพศ แก้ไขกฎหมายเพื่อหนทางสู่การสมรสเท่าเทียม (Same Sex Marriage) 

 

แคนาดา – ยุติการใช้กฎหมายที่เป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นการชุมนุม ม.112 ม.116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีกฎหมายป้องกันการทรมานและมีการนำผู้กระทำการทรมานมาลงโทษ ไม่จำกัดกิจกรรมของ NGO คุ้มครองนักปกป้องสิทธิตามมาตรฐานสากล

 

ไอซ์แลนด์ – เสนอให้มีการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทรมานและบังคับสูญหาย เพื่อเข้าถึงการดำเนินการเพื่อความปลอดภัยสำหรับทุกคน รวมทั้งการปกป้องสิทธิของแรงงานข้ามชาติและบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ

 

อินโดนีเซีย – ขอชื่นชมกระบวนการตั้งแต่รอบที่แล้วที่มีความคืบหน้า เช่น การให้การศึกษาเด็กแรงงานข้ามชาติ และการดำเนินงานเพื่อให้การช่วยเหลือผู้สูงอายุ แนะนำการปกป้องสิทธิมนุษยชนภายใต้หลักการโควิด-19 โดยเฉพาะเด็กและคนพิการ

 

อิรัก– สนับสนุนการดำเนินการตามหลักธุรกิจเพื่อสิทธิมนุษยชน และการให้การช่วยเหลือกับผู้ลี้ภัยและและแรงงานข้ามชาติ

 

ไอร์แลนด์ – ระบุว่า ประเทศไทยมีความพยายามในการดำเนินการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เช่น การมีแผนว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน แต่มีความห่วงใยในเรื่องของเสรีภาพในการชุมนุม การคุกคามนักกิจกรรมทางการเมือง และเรื่องของการยกเลิกการใช้โทษประหารชั่วคราว

 

อิสราเอล – ชื่นชมประเทศไทยในเรื่องความสัมพันธ์ในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็ก การแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ ข้อเสนอแนะ คือ มีนโยบายคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ มีมาตรการต่างๆในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีความพิการในการทำงาน ยกเลิกการทำโทษเด็ก โดยมีการออกกฎหมายห้ามไม่ให้มีการทำโทษทางกายแก่เด็กไม่ว่าสภาพใดใดก็ตาม

 

ญี่ปุ่น – ชื่นชมไทยเรื่องของการบังคับบุคคลให้สูญหาย ที่เตรียมมีการรับกฎหมายมาบังคับใช้ และมีข้อเสนอแนะเรื่องของการให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศ และปรับปรุงสถานการณ์สิทธิมนุษยชน รวมทั้งสิทธิในการแสดงออกและเรื่องของการปกป้องสิทธิเด็กรวมทั้งเรื่องของการดูแลสุขภาพ

 

อิตาลี – สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือในเรื่องของการลดความยากจน การขจัดความยากจนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด พร้อมแสดงความยินดีกับประเทศไทยที่ได้เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนผ่านโครงการต่างๆและมีการขยายโครงการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐานและยังดำเนินต่อเนื่อง

 

ลักเซมเบิร์ก – ข้อเสนอแนะให้คุ้มครองสิทธิในการแสดงความคิดเห็นต่างๆ เสรีภาพ รวมถึงในเรื่องของการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายอาญา โดยเฉพาะเรื่องของการสมรสของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศนอกจากนั้นอยากให้ขจัดการเลือกปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามพันธะกรณีระหว่างประเทศโดยเฉพาะเรื่องของการพิจารณาให้สัตยาบันว่าด้วยผู้ลี้ภัย

 

มาเลเซีย – ชื่นชมในการปกป้องสิทธิผู้หญิงและเด็ก ในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียน ได้ชมเชยบทบาทของไทยที่มีต่ออาเซียน ในปฏิสัมพันธ์ต่างๆ อยากที่จะให้สนับสนุนระบบสุขภาพและเรื่องของการจัดการกับโรคระบาด

 

เนเธอร์แลนด์ – ขอบคุณสำหรับการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ แต่อย่างไรก็ตามยังมีความสงสัยต่อการปรับใช้กฎหมายกับนักปกป้องสิทธิและสื่อมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหายตัวของนักกิจกรรม กฎหมายสมรสเท่าเทียม สร้างกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ภาคประชาสังคมมีบทบาท มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยองค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ และแนวปฏิบัติที่ดีรวมทั้งเสรีภาพในการชุมนุมและเสรีภาพในการแสดงออก

 

นอร์เวย์ –  ขอให้เคารพสิทธิในการแสดงออก สิทธิในการชุมนุม สิทธิในการรวมตัว แม้ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ทางการเมืองหรือขัดแย้งทางการเมือง แก้ไขกฎหมาย ม.112 เพื่อที่จะให้เป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชน ปกป้องนักสิทธิมนุษยชนด้วยการให้ความมั่นใจว่ากฎหมาย NGO ฉบับใหม่จะไม่ขวางการทำงานของภาคประชาชน ให้สัตยาบันรับร่างกฎหมายป้องกันการซ้อมทรมาน และเร่งรัดกระบวนการเกี่ยวกับการออกกฎหมายว่าด้วยการทรมานต่อไป

 

เปรู – เราทราบว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จด้านสิทธิมนุษยชนว่าด้วยแผนธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแต่มีข้อเสนอแนะดังนี้ ขอให้ได้มีการรับรองอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันบุคคลสูญหายมีมาตรการต่างๆเพื่อที่จะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่เป็นอิสระตามหลักการปารีส ดำเนินการตามมาตรการต่างๆเพื่อที่จะทำให้ผู้หญิงเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงในชนบท กลุ่มชาติพันธุ์ พิการหรือนับถือศาสนาที่เป็นส่วนน้อยในสังคม

 

เกาหลีใต้ –  ยินดีที่ได้รับฟังเรื่องการปกป้องสิทธิเด็ก และแผนปฏิบัติการว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความคืบหน้า แต่มีข้อเสนอแนะเรื่องนโยบายเรื่องของสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิในการชุมนุม การรวมตัวรวมกลุ่ม ให้เป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล มีกฎหมายห้ามมิให้มีการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ดำเนินงานเพื่อให้มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เป็นอิสระตามหลักการปารีสต่อไป

 

ออสเตรีย – สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การดำเนินคดีกับเด็กจะต้องมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา และให้มีการดำเนินการในคดีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด