แม่ยันโครงกระดูกที่เจอเป็นลูกชายหายไปนานนับเดือน
12 พ.ย. 2564 | suriya_pat

แม่ยันโครงกระดูกที่เจอเป็นลูกชายหายไปนานนับเดือน ระบุ ตลอดเวลาที่ลูกหายออกจากบ้านก็ใส่บาตรพร้อมกับอธิษฐานว่าขอให้พบลูกทุกครั้ง
ข่าว
12 พ.ย. 2564 | suriya_pat

แม่ยันโครงกระดูกที่เจอเป็นลูกชายหายไปนานนับเดือน ระบุ ตลอดเวลาที่ลูกหายออกจากบ้านก็ใส่บาตรพร้อมกับอธิษฐานว่าขอให้พบลูกทุกครั้ง
12 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวานนี้ ร.ต.อ.ประวิทย์ อิ่มใจ รอง (สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งมีคนพบกะโหลกศีรษะและโครงกระดูกมนุษย์ที่เถียงนาท้ายบ้านบ่อน้อย หมู่ 11 ต.เชียงยืน จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และอาสากู้ภัยอุดรสว่างเมธาธรรม รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบกะโหลกศีรษะมนุษย์ห่างไปประมาณ 100 เมตรติดกับไร่อ้อยพบโครงกระดูกวางกระจัดกระจายอยู่ในพงหญ้า และมีเสื้อผ้ากองอยู่ด้วย โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บกะโหลก และกระดูกมากองและห่อด้วยผ้าขาว ซึ่งได้ระบุว่าเป็นกระดูกมนุษย์ผู้ชายคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาประมาณ 1-2 เดือน ต่อมามีนางสมบูรณ์ ไชยมณี อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 364 หมู่ 11 บ้านบ่อน้อย ต.เชียงยืน จ.อุดรธานี ซึ่งมีเถียงนาอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้เดินทางมาดูโครงกระดูก และมั่นใจว่าโครงกระดูกนี้เป็นโครงกระดูกของนายกิตติศักดิ์ ไชยมณี อายุ 44 ปี ลูกชาย ซึ่งได้หายออกจากบ้านเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
นายสุพจน์ แสงหมี อายุ 58 ปี ผู้พบโครงกระดูก เล่าว่า ตนมาสูบน้ำใส่นาข้าว เสร็จแล้วจึงเดินเก็บท่อพีวีซี และรดน้ำต้นไม้ที่เถียงนาก็มาพบกะโหลกมนุษย์วางอยู่ ตนคิดว่าเป็นของเล่นที่หมาคาบมา แต่พอดูดีๆ พบว่าเป็นกะโหลกมนุษย์ ต่อมาหมาตัวผู้ชื่อ “บักจ่อย” ซึ่งเป็นหมา 1 ใน 8 ตัวที่ตนเลี้ยงไว้ได้คาบกระดูกมาอีก ตนจึงเรียกเพื่อนมาดูพบโครงกระดูกมนุษย์กระจัดกระจายอยู่ในพงหญ้า ตนจึงได้รีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ
นางสมบูรณ์ เล่าว่า ตนมีลูกทั้งหมด 6 คน นายกิตติศักดิ์เป็นลูกคนที่ 5 เมื่อ 3 ปีก่อน ลูกได้ประสบอุบัติเหตุรถ จยย.ล้มได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้ต้องผ่าตัดสมอง เมื่อรักษาหายกลับบ้านก็ต้องกลายเป็นคนพิการทำงานไม่ได้ แถมยังมีอาการลมชักอีกด้วย นายกิตติศักดิ์ฯ ลูกชายชอบเดินจากบ้านไปเถียงนาประจำ โดยก่อนหายตัวไปลูกมีอาการลมชักกำเริบอยู่ที่บ้านพอปฐมพยาบาลหายแล้วพี่ชายก็พามานอนเล่นที่เถียงนา และเย็นวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมาลูกได้เดินจากเถียงนาเพื่อกลับบ้าน แต่ลูกก็กลับไม่ถึงบ้าน ตนและญาติได้ออกตามหาแต่ก็ไม่พบ ตนเชื่อว่าลูกจะหลงทางผ่านไป 48 ชม.จึงได้ไปแจ้งคนหาย และแจ้งมูลนิธิกระจกเงา
ตลอดเวลาที่ลูกหายออกจากบ้าน ตนก็ใส่บาตรพร้อมกับอธิษฐานว่าขอให้พบลูกทุกครั้ง และพากันไปดูหมอตามที่ต่างๆ ซึ่งหมอดูก็บอกว่ายังไม่ตายยังมีชีวิตอยู่ เดือนพฤศจิกายนจะกลับมาบ้าน แต่ขณะรอให้ลูกกลับมา เพื่อนบ้านในหมู่บ้านก็ฝันเห็นลูกของตนกลับมาบ้าน แต่เดินรอบบ้านไม่เข้าบ้าน และยังมีญาติพี่น้องฝันเห็นว่าลูกสวมชุดดำกลับมาบ้าน แต่ยืนอยู่นอกบ้าน และวันนี้ก็ขณะมัดดอกไม้ขายวันพระมีชาวบ้านไปบอกว่ามีคนพบโครงกระดูกมนุษย์ ตนจึงรีบมาดู และมั่นใจว่าเป็นโครงกระดูกของลูกแน่นอน เพราะบริเวณนี้ไม่มีใครหายไป นอกจากลูกตนที่หายตัวไปที่สำคัญที่กะโหลกมีรอยผ่าตัดสมอง ซึ่งตนไม่รู้สึกดีใจเพราะลูกเสียชีวิต แต่รู้สึกโล่งใจที่พบลูกแล้ว
ส่วนนางหนูพิศ กันศักดิ์ อายุ 64 ปี อาผู้ตาย เล่าว่า ตั้งแต่หลานหายตัวไปก็ฝันเห็นหลานหลายครั้ง ฝันว่าหลานถือลูกโปร่งสวรรค์จำนวนมากลอยลงมา ซึ่งลูกโปร่งทุกลูกเสียบด้วยเข็มฉีดยา ต่อมาฝันเห็นหลานใส่ชุดดำมาบ้านกับเพื่อนผู้ชายรวม 7 คน แต่ยืนอยู่หน้าบ้านเข้าบ้านไม่ได้ และพูดให้พี่ชายฟัง หลังจากนั้นก็ไปดูหมอ ซึ่งหมอดูบอกว่ายังไม่ตาย ยังอยู่ในป่า เดือนนี้ก็จะเห็น พวกตนก็พากันไปหาในตัวเมืองอุดรธานี แต่ก็ไม่พบทุกครั้งที่ฝันผู้ตายจะเข้าบ้านไม่ได้ จึงปรึกษากันว่าคงจะตายเป็นผีแล้ว
เบื้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ขณะที่ผู้ตายเดินกลับบ้านตามลำพังอาจจะเกิดโรคลมชักกำเริบ แต่ไม่มีใครพบเห็นและช่วยเหลือ จึงทำให้เสียชีวิต ซึ่งที่มีการแจ้งคนหายก็มีเพียงคนเดียว จึงมอบโครงกระดูกให้นางสมบูรณ์นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ต่อไป
โดย - เศกสันติ กัลป์ยาณวิสุทธิ์