นพ.ธีระ ชี้ ยอดผู้ติดเชื้อไทยยังนำอันดับ 1 ของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เผย ผลวิจัยอังกฤษ คนที่ฉีดวัคซีน Pfizer/Biontech ทั้งสองเข็ม จะมีระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดี้สูงกว่าการฉีดวัคซีน Astra

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

12 พฤศจิกายน 2564  รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 481,138 คน ตายเพิ่ม 6,340 คน รวมแล้วติดไปรวม 252,603,965 คน เสียชีวิตรวม 5,094,691 คน

 

5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุด คือ เยอรมัน สหราชอาณาจักร รัสเซีย อเมริกา และตุรกี จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 94.61 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 94.33

 

ล่าสุดจำนวนติดเชื้อใหม่จากทวีปยุโรปนั้นมากถึง 68.25% ของทั้งโลก พอๆ กับจำนวนเสียชีวิตเพิ่ม คิดเป็น 61.68% ทั้งสองตัวชี้วัดนี้ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรป ครอง 8 ใน 10 อันดับแรก และ 14 ใน 20 อันดับแรกของโลก

…สำหรับสถานการณ์ไทยเรา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 7,496 คน สูงเป็นอันดับ 18 ของโลก หากรวม ATK อีก 3,152 คน จะขยับเป็นอันดับ 14 ของโลก และยอดที่รวม ATK ก็ยังคงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

 

…เยอรมันเป็นอย่างไร? ตอนนี้ติดเชื้อใหม่สูงขึ้นทะลุกว่า 50,000 คน ที่น่ากลัวคือสูงกว่าปลายปีที่แล้วถึง 2 เท่า คงต้องเอาใจช่วยให้ควบคุมได้โดยเร็ว

 

…เดนมาร์กและชิลีเป็นอย่างไร? ล่าสุดเดนมาร์กหลังเปิดเสรีตั้งแต่ต้นกันยายน ยอดติดเชื้อเพิ่มวันที่ 10 พฤศจิกายนมีสูงถึง 3,017 คน มากกว่ากลางกันยายนถึง 10 เท่า ส่วนชิลี หลังจากเพิ่มมาตรการควบคุมเข้มข้นขึ้นตั้งแต่ต้นพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตัวเลขยังทรงตัวอยู่ระดับกว่า 2,000 คนต่อวัน

 

ระดับภูมิคุ้มกันจากวัคซีน Pfizer/Biontech กับ Astrazeneca กับโอกาสติดเชื้อ Aldridge RW และทีมจาก University College of London ได้เผยแพร่งานวิจัยที่น่าสนใจมากใน medRxiv วันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สาระสำคัญคือ คนที่มีระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดี้ต่อโปรตีนส่วนหนามของไวรัส (Anti-S) ตั้งแต่ 500 U/ml ขึ้นไป (ตรวจโดยใช้ชุดตรวจของ Roche) จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อยกว่าคนที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำกว่า 500 U/ml ราว 40%

 

ทั้งนี้พบว่า คนที่ฉีดวัคซีน Pfizer/Biontech (BNT162b2) ทั้งสองเข็มนั้นจะมีระดับภูมิคุ้มกันแอนติบอดี้สูงกว่าการฉีดวัคซีน Astrazeneca (ChAdOx1)

 

โดยระดับภูมิคุ้มกันจะลดลงตามเวลาที่ผ่านไป ทั้งนี้กลุ่มที่ฉีดวัคซีน ChAdOx1 จะลดลงต่ำกว่า 500 U/ml ในเวลา 96 วัน (3 เดือน) ส่วนกลุ่มที่ฉีด BNT162b2 จะใช้เวลา 257 วัน (8 เดือน)

 

นี่เป็นงานวิจัยที่อาจมีประโยชน์ในการนำไปพิจารณาช่วงเวลาที่จะต้องฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นสำหรับประเทศต่างๆ ทั่วโลก

 

อย่างไรก็ตาม ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นมีทั้งในน้ำเลือดคือแอนติบอดี้ และระดับเซลล์ ซึ่งยังไม่มีงานวิจัยที่ทำการประเมินครบถ้วนทุกอย่าง เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์กับระดับการป้องกันโรค แต่เชื่อว่าความรู้จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆ ติดตามกันไป

 

ใส่หน้ากากนะครับ สำคัญมาก อยู่ห่างจากคนอื่นเกินหนึ่งเมตร จะลดอัตราติดเชื้อลงได้ 5 เท่า ด้วยรักและห่วงใย

 

อ้างอิง Aldridge RW et al. Waning of SARS-CoV-2 antibodies targeting the Spike protein in individuals post second dose of ChAdOx1 and BNT162b2 COVID-19 vaccines and risk of breakthrough infections: analysis of the Virus Watch community cohort. medRxiv. 5 November 2021

นพ.ธีระ ชี้ ผู้ติดเชื้อไทยที่ 1 อาเซียน เผยวิจัย ไฟเซอร์ 2 เข็มภูมิคุ้มกันสูง

นพ.ธีระ ชี้ ผู้ติดเชื้อไทยที่ 1 อาเซียน เผยวิจัย ไฟเซอร์ 2 เข็มภูมิคุ้มกันสูง