โดยจากการตรวจสอบพบพนังพ้นแม่น้ำชีขาดตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. ซึ่งตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งนำเครื่องจักรกลหนัก ทั้งรถแบ็คโฮ รถบรรทุกดิน กำลังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครกู้ภัย ผู้นำชุมชน และชาวบ้านได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ โดยระดมกำลังประกอบตะแกรงบรรจุก้อนหินใหญ่ เพื่อทำการปิดทางน้ำตรงจุดที่พนังกั้นแม่น้ำขาด จากการกัดเซาะของมวลน้ำ ซึ่งมีความกว้างประมาณ 10 เมตร ทั้งนี้ การดำเนินการเป็นไปด้วยด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก
ด้านนายคำมอน ศรีพงษ์เสริฐ กำนันตำบลเจ้าท่า กล่าวว่า สาเหตุของพนังกั้นแม่น้ำชีขาดในครั้งนี้ น่าจะเกิดจากการที่มีมวลน้ำในแม่น้ำชีที่ไหลมาจาก จ.มหาสารคาม เกิดการหนุนสูงต่อเนื่องมานานกว่า 1 เดือน ซึ่งอาจจะทำให้เนื้อดินที่เป็นพนังเกิดการอิ่มน้ำและอ่อนตัว จึงถูกกระแสน้ำกัดเซาะพนังตรงจุดที่ขาดดังกล่าว ทั้งนี้เบื้องต้นได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบรอยรั่วเวลาประมาณ 05.00 น. จึงได้ออกไปสำรวจ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบรอยน้ำกัดเซาะด้านฝั่งแม่น้ำชีเป็นโพรงกว้าง ขณะที่มีรอยรั่วฝั่งตรงข้ามที่เป็นพื้นที่นาข้าวของชาวบ้านมีน้ำทะลุออกมา จึงได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้ามาดำเนินการแก้ไข แต่คงจะเป็นเพราะกระแสน้ำที่กัดเซาะทวีความแรงขึ้น รอรรั่วดังกล่าวได้ขยายตัว และกัดเซาะพนังกั้นแม่น้ำชีพังทลาย และพนังถูกตัดขาดดังกล่าว ทั้งนี้ ปริมาณของน้ำในแม่น้ำชีที่หนุนสูงมากกว่าปี 2554 ที่ท่วมหนัก แต่ความเสียหายน้อยกว่า เพราะเพิ่งเกิดเหตุ และกำลังทำการสำรวจเบื้องต้น ซึ่งพบว่ามีนาข้าวถูกน้ำท่วมจากพนังขาดแล้วกว่า 3,000 ไร่