ด้านหม่อมหลวงกานตพงศ์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สังคมต่างรับรู้รับทราบกันโดยทั่วไป ว่าเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นแล้วในวงการศาสนาของประเทศไทย ซึ่งไม่เกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นหากเป็นการกระทำของสงฆ์ ถือว่าเป็นสังฆเภท ที่ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่สงฆ์ หรือหากเป็นการกระทำของคนนอกศาสนา ถือว่าเป็นการทำลายชาติ ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง ทั้งนี้ ทั้งหมดทั้งมวลกระทำโดยกลุ่มบุคคลหรือไอ้โม่ง ที่พวกเราจะต้องช่วยกันตามตัวมารับโทษตามกฎหมาย
หม่อมหลวงกานตพงศ์ กล่าวอีกว่า ในฐานะเราเป็นชาวพุทธมามกะจะไม่ยอมให้เหตุการณ์ดังกล่าวลุกลามและเกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาไปมากกว่านี้ และคงจะไม่มีชาวพุทธคนใดอยากจะให้เกิดสังฆเภทและบ่อนทำลายศาสนาอีก จึงได้ร่วมกับเครือข่ายที่ประกอบด้วยชมรมรักษ์พุทธศาสน์นานาชาติ ชมรมภักดีพระนเรศวร และชาวพุทธกาฬสินธุ์ จัดเวทีเสวนาปกป้องพระพุทธศาสนา เพื่อที่จะรวมพลังไม่ยอมให้พระพุทธศาสนาถูกทำลาย ไม่ยอมให้ประเทศไทยเราถูกแบ่งแยกเป็นรัฐอิสระ เพราะหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้น เชื่อว่ามีขบวนการดังกล่าวอยู่เบื้องหลัง การดำเนินการหลายอย่างเกี่ยวพระพุทธศาสนาหรือวงการสงฆ์ ไม่เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย พวกเราจึงจะไม่ยอมในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นอีก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว จะไม่ยอมให้เกิดขึ้นซ้ำอีก ซึ่งสิ่งที่เราจะต้องร่วมกันคือหาตัวไอ้โม่งในวงการศาสนามารับโทษให้ได้ โดยอาศัยกระบวนการทางศาลยุติธรรม
ขณะที่นางสาวอิงค์ณภัจฉร์ ชินวัตรนุวงค์ ประธานชมรมรักษ์พุทธศาสน์นานาชาติ และประธานชมรมภักดีพระนเรศวร กล่าวว่า ผลกระทบจากมติของ มส.และท่าทีของ พศ. ได้เห็นพลังศรัทธาธรรมของชาวพุทธกาฬสินธุ์ ที่มีความสามัคคี เข้มแข็ง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพระสังฆาธิการและพระพุทธสานา จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ร่วมกับชมรมลูกตถาคต และชมรมภักดีพระนเรศวร จัดเวทีเสวนาปกป้องพระพุทธศาสนา โดยเชิญชวนชาวพุทธกาฬสินธุ์เข้าร่วมในครั้งนี้ เพื่อที่จะกอบกู้ศักดิ์ของชาวพุทธ และทวงคืนสิทธิ์อันชอบธรรมให้กับพระพุทธศาสนา ที่นับวันจะถูกบุคคลบางกลุ่มลิดรอน และทำลายจนผุกร่อน
นางสาวอิงค์ณภัจฉร์ กล่าวอีกว่า หากจะมองรอบด้านทุกภูมิภาค จะเห็นว่าสังคมไทยซึ่งมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ กำลังถูกศาสนาอื่นรุกคืบและแทรกแซง ทั้งระดับองค์กร ผู้บริหาร หลายคนเป็นคนต่างศาสนา ณ วันนี้ พวกเราชาวพุทธจะนิ่งเฉยชักช้าไม่ได้แล้ว ที่จะปล่อยให้ศาสนาพุทธ และพระสงฆ์ถูกรังแก ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด พวกเราต้องลุกขึ้นมาปกป้องสถาบันศาสนา และพระคุณเจ้าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหมือนเป็นใช้อำนาจเหนือพระธรรมวินัย ขณะที่พระสงฆ์ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ทำให้ไม่มีความเชื่อมั่นในการทำงานของสำนักงานพระพุทธศาสนา เพราะที่ผ่านมาแทบจะไม่มีบทบาทใดๆเลย ในการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ทั้งๆที่พระพุทธศาสนาตกอยู่ในวิกฤตการแทรกแซงทั้งองค์กรและบุคคล หากเราไม่รวมพลังบริสุทธิ์ขึ้นสู้ อาจจะถูกแทรกแซงไปมากกว่านี้
“จากการเสวนาในครั้งนี้ ประกอบกับการเชื่อมโยงปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งในเรื่องพระธรรมวินัยและกฎหมาย จะเป็นบรรทัดฐานในการทำงานขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ให้มีความระมัดระวังในการทำงาน และมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ดังนั้น ในวันนี้จึงได้ร่วมกับเครือข่ายชมรมลูกตถาคต และชมรมภักดีพระนเรศวรลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดนำร่อง โดยเชิญชวนชาวพุทธมาร่วมปกป้องพระพุทธศาสนา และร่วมลงชื่อล่าเพื่อส่งฟ้องคนที่อยู่เบื้องหลังการถอดถอนและแต่งตั้งพระสังฆาธิการ เป็นชนวนให้วงการศาสนาเสื่อม เบื้องต้นตั้งเป้า 1,000 คน เพื่อดำเนินการส่งฟ้องศาล โดยชมรมรักษ์พุทธศาสน์นานาชาติ จะเป็นโจทก์ร่วมฟ้อง ส่วนที่ว่าจะฟ้องใครนั้นรู้ตัวแล้ว แต่จะไม่ขอเปิดเผยในวันนี้ เพราะกลัวไก่ตื่น ทั้งนี้จะกำหนดวันร่วมลงชื่อฟ้องในเร็วๆนี้” นางสาวอิงค์ณภัจฉร์กล่าวในที่สุด
โดย - ศูนย์อีสาน