ขณะที่ทนายความ กล่าวว่า การต่อสู้คดี เรายืนยันว่า คุณปารีณา ไม่ได้กระทำผิดจริยธรรม ไม่ได้บุกรุกป่าสงวนฯ เนื่องจากนายทวี ไกรคุปต์ คุณพ่อ ซึ่งอายุมากแล้ว ความจำเสื่อมได้มอบกิจการให้คุณ เอ๋ ปารีณา ดูแลแทน เพื่อนำรายได้มาเลี้ยงดูอุปการะคุณพ่อ ซึ่งเป็นไปตามหลักความศีลธรรม จริยธรรม ความกตัญญูรู้คุณ ของสังคมไทย ขอยืนยันว่า คุณเอ๋ ปารีณา ครอบครองที่ดินโดยสุจริต เราต่อสู้ไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ซึ่งขึ้นอยู่กับศาลท่านพิจารณาอย่างไร
ส่วนประวัติที่ดินแปลงนี้มีมานานแล้วช่วงก่อน ปี.พ.ศ.2484 ก่อนมีการปฏิรูปที่ดิน หรือประกาศ พ.ร.บ.ป่าไม้ แต่ตอนนั้นยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดสรรโดย คุณพ่อซื้อต่อมาจากชาวบ้านที่เข้าทำประโยชน์ปลูกพืชมันสำปะหลัง
โดยพยานได้เตรียมพยานทั้งหมดไว้ประมาณ 10 ปากเป็นเจ้าของที่ดินเดิม เจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดิน และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งใช้อัตราส่วนวัด 400,000:1 ซึ่งไม่ถูกต้องนัก ทางเราจึงยื่นคำร้องขอให้จัดทำแผนที่ใหม่โดยใช้อัตราส่วนที่ 50,000:1 หรืออัตราส่วน 10,000:1 ตามที่กฤษฎีกาประกาศไว้