ที่ผ่านมา คพ.ได้ตรวจสอบโรงงานพลาสติกที่มีลักษณะสุ่มเสี่ยงสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนในพื้นที่ จำนวน 729 แห่ง มีโรงงานรีไซเคิลที่ใช้เศษพลาสติกเป็นวัตถุดิบหลักในกระบวนการผลิต จำนวนกว่า 200 แห่ง และมีการจัดการมลพิษอยู่ระดับพอใช้ – ดีมาก ขึ้นอยู่กับขนาดของโรงงานและประเภทของพลาสติก
นายอรรถพล กล่าวว่า ต่อจากนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 – 16 เอ็กซเรย์โรงงานประกอบกิจการพลาสติกทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ซ้ำซ้อน ป้องกันการนำเข้าขยะพลาสติกที่ผิดกฎหมายจากต่างประเทศและการดูแลสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามนโยบายรัฐมนตรี ทส. (นายวราวุธ ศิลปอาชา) และยังได้เตรียมการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อถอดบทเรียนเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติก กำหนดแนวทางและมาตรการในการตรวจสอบและกำกับดูแล เพื่อเป็นการป้องกันและลดความรุนแรงของผลกระทบต่อชีวิตทรัพย์สินและสุขภาพอนามัยของประชาชน
โดยในวันนี้ คพ. ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโรงงานพลาสติกบริษัท เอส.เอส.อาร์.ที พลาสติก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ต.แพรกษา จ. สมุทรปราการ ตามข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นจากการหลอมพลาสติก โรงงานดังกล่าวรับพลาสติกชนิด PE จากภาคอุตสาหกรรมมาหลอมเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล โดยโรงงานได้ปรับปรุงระบบบำบัดอากาศเรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ และอยู่ในขั้นตอนการให้ข้อมูลของบริษัทเนื่องจากมีการฟ้องศาลปกครองเพื่อเรียกร้องเสียค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลกระทบดังกล่าว ทั้งนี้ หากพบการดำเนินงานอื่นที่ผิดกฎหมาย คพ. จะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป