ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในที่เกิดเหตุได้มี น.ส.แพรว เพื่อนสาวคนสนิทของนายธีระภัทร์ เดินทางมายังจุดที่เกิดเหตุด้วย พร้อมกับให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า ในวันที่เกิดเหตุ น.ส.แพรว และนายธีระภัทร์ ใช้รถกันคนละคัน เนื่องจากในวันนั้น นายธีระภัทร์ ขับรถเดินทางจาก จ.สุพรรณบุรี มาถึงที่บ้านของ น.ส.แพรวช้า จึงทำให้ น.ส.แพรว ต้องออกจากบ้านไปซื้อเค้กวันเกิดให้กับเพื่อนรักก่อน แล้วก็รีบเดินทางมาที่ อ.เมืองนครสวรรค์ทันที โดยให้นายธีระภัทร์ขับตามมาร่วมงานทีหลัง จนกระทั่งเลิกงาน น.ส.แพรวก็ขับรถนำหน้าเพื่อกลับบ้าน ที่ จ.ชัยนาท แล้วให้นายธีระภัทร์ขับรถตามหลังมา
แต่ปรากฏว่าในระหว่างทาง นายธีระภัทร์ ซึ่งไม่ชินเส้นทาง และขับตามไม่ทันก็ได้เกิดหลงกันในจุดบริเวณทางเลี่ยงเมือง โดยตอนนั้น น.ส.แพรว ได้ขับห่างออกไปไกลแล้ว เพราะไม่ทราบว่านายธีระภัทร์เกิดหลงทางขับตามไม่ทัน จึงได้โทรศัพท์กลับไปหา แต่นายธีระภัทร์ก็ได้บอกมาว่าไม่ต้องรอให้ขับกลับไปได้เลย เพราะมี GPS นำทางสามารถขับกลับได้ น.ส.แพรว จึงบอกว่าจะขับไปจอดรอที่ปั๊มน้ำมัน ในพื้นที่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ แต่สุดท้ายก็ไม่พบว่านายธีระภัทร์ ขับตามมาหาแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลด้วยว่า น.ส.แพรว และนายธีระภัทร์ ผู้สูญหาย เพิ่งจะคบหากันได้เพียง 4 เดือน โดยทั้งนายธีระภัทร์ และ น.ส.แพรว ต่างก็มีกิจการขายอุปกรณ์เครื่องมือการเกษตร ที่ได้พบเจอกันครั้งแรก ตอนที่ไปร่วมงานสัมมนาค้าขายอุปกรณ์งานหนึ่ง แล้วพูดคุยติดต่อกันเรื่อยมาจนได้คบหากัน อีกทั้ง นายธีระภัทร์ยังเคยพาพ่อแม่ไปพบปะและรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวของ น.ส.แพรวมาแล้วครั้งหนึ่ง ส่วนนายธีระภัทร์ ถือเป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัว ที่ถึงแม้จะเป็นคนเรียบง่าย ไม่ชอบความหรูหรา แต่ก็ถือเป็นบุตรคนหลักที่ต้องมาดำเนินธุรกิจต่อแทนบิดามารดาต่อไปอนาคต จึงทำให้นางพินิจ เสียใจเป็นอย่างมาก ถึงกับร้องห่มร้องไห้อยู่เกือบตลอดเวลา
ข่าวโดย-วสุกิจจ์ เหล่าอินทร์ / นครสวรรค์