10 ประเทศต้นทางที่เดินทางเข้าราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1- 4พฤศจิกายน มากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา 1,593 ราย เยอรมนี 1,592 ราย สหราชอาณาจักร 1006 ราย ญี่ปุ่น 935 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 624 ราย สวีเดน 511 ราย เกาหลีใต้ 499 ราย เนเธอร์แลนด์ 365 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 350 ราย และจีน 345 ราย
จากการดำเนินงาน 4 วันที่ผ่านมา ที่ประชุมศบค. ชุดเล็ก ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่และสายการบินได้มีการตรวจเอกสารหลักฐานของนักท่องเที่ยวและผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างละเอียดครบถ้วน ตั้งแต่ก่อนเดินทางเข้าถึงประเทศไทย และเมื่อเดินทางถึงขอให้ขั้นตอนที่สำคัญ คือ การตรวจคัดกรองเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ที่โรงแรมที่รับนักท่องเที่ยว จะต้องมีระบบการดำเนินการที่จับคู่กับโรงพยาบาลปฎิบัติการคู่สัญญา เพื่อที่จะได้ตรวจและออกผลให้ได้ภายใน 6 ชั่วโมง ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบที่จะเป็น Sandbox หรือ Teas&Go ต่อไป
นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้ทางกระทรวงท่องเที่ยวฯ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีการกำกับติดตามสถานประกอบการ โรงแรม อย่างเคร่งครัด จะได้เปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย และดำเนินการเปิดประเทศต่อไปได้
ส่วนการได้รับวัคซีนโควิด-19 สะสมในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 17 จังหวัด ค่าเฉลี่ยของเข็มแรกอยู่ที่ 80.9% โดยส่วนใหญ่ฉีดเข็มแรกได้เกิน 50% แต่ยังคงมีจังหวัดหนองคาย ที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกได้เพียง 48.0% ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดนำร่องท่องเที่ยว กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง ฉีดวัคซีนค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 77.4%