ข้อดีของวัคซีนโนวาแวกซ์
วัคซีนโนวาแวกซ์ เลือกใช้โปรตีนบริสุทธิ์ เปรียบเสมือนอาหารสำเร็จรูปที่เข้าสู่ร่างกายโดยตรง ทำให้มีประสิทธิภาพ และร่างกายสามารถเข้าถึงสารได้ง่าย และการเลือกใช้หนามของโควิดในการทำวัคซีน ทำให้ร่างกายจดจำหนามของโควิด และสร้างแอนติบอดีขึ้นมาบริเวณโปรตีนส่วนหนาม ทำให้เชื้อโควิดไม่สามารถเกาะติดกับเซลล์ของมนุษย์ได้ ทำให้ความรุนแรงของไวรัสลดลง
การจัดเก็บ : ไม่จำเป็นต้องเก็บในอุณหภูมิที่ต่ำมาก สามารถเก็บในอุณหภูมิตู้เย็นปกติ 2-8 องศาก็สามารถเก็บรักษาได้ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบมากกว่าวัคซีนประเภท mRNA อย่างไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นาที่ต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำมาก ๆ ทำให้อาจจะเกิดปัญหาด้านการขนส่งได้
นักวิจัยสามารถเปลี่ยนชนิดโปรตีน เพื่อรองรับไวรัสกลายพันธุ์ที่อาจดื้อยาได้ ทำให้สามารถพัฒนาวัคซีนให้มีประสิทธิภาพสู้กับเชื้อโควิดกลายพันธุ์ได้
การฉีด : 2 โดส (เข็ม) โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อทั้งสองเข็ม ห่างกัน 21 วัน หรือ 3 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับวัคซีนชนิดอื่น ทำให้ผู้ที่ฉีดสามารถได้รับภูมิคุ้มกันค่อนข้างดี
อายุในการฉีด : สามารถฉีดได้คนที่มีอายุตั้งแต่ 18-84 ปี และสามารถฉีดได้ในผู้ที่มีโรคประจำตัว
ประสิทธิภาพของวัคซีนโนวาแวกซ์
วัคซีนโควิดโนวาแวกซ์ เริ่มการศึกษาทดลองระยะแรกสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2020 และทำการศึกษาทดลองครั้งที่ 2 และ 3 ในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย เม็กซิโก
ผลการทดลองฉีดวัคซีนในกลุ่มประชากรประเทศดังกล่าว พบว่าวัคซีนโนวาแวกซ์สามารถป้องกันโควิดสายพันธุ์ต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี
ป้องกันความรุนแรงของโรคโดยรวมได้ 90.4%
ป้องกันอาการป่วยรุนแรงได้ 100%
ป้องกันเชื้อโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิมได้ 96.4%
ป้องกันเชื้อสายพันธุ์อัลฟ่า (อังกฤษ) ได้ 89.7%
ป้องกันสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) ได้ 55%
สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) อยู่ระหว่างการศึกษา
ผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีนโนวาแวกซ์
จะมีอาการคล้ายกับวัคซีนชนิดอื่น เช่น
มีไข้ หรือมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่
อ่อนเพลีย
ปวดเมื่อยตามร่างกาย
ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด
บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ
ซึ่งอาการของผลข้างเคียง อาจจะต้องติดตามและศึกษาดูอีกครั้ง หลังจากได้ฉีดให้กับประชากรในจำนวนที่มากขึ้น
..
แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์วัคซีนชนิดแรกที่ออกสู่ตลาดในรอบ 34 ปี ของบริษัทโนวาแวกซ์ อิงค์ แต่รายงานผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของบริษัทระบุว่า การฉีด 2 โดส ภายในระยะเวลาห่างกัน 21 วัน วัคซีนมีประสิทธิภาพ 100% ต่อการป้องกันการเจ็บป่วยหนักและเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนประสิทธิภาพในการต้านทานการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ 90% ซึ่งใกล้เคียงกับวัคซีนโมเดอร์นา และไฟเซอร์
ขณะที่รายงานผลงานวิจัย เรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนโนวาแวกซ์ ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ใน สหราชอาณาจักร ซึ่งถูกเผยแพร่ในนิตยสารทางการแพทย์ The New England Journal of Medicine เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ระบุว่า
จากกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมทั้งหมด 15,187 คน โดยในจำนวนนี้ มีสัดส่วนของผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปถึง 27.9% และ 44.6% มีโรคร่วม เมื่อฉีดครบ 2 โดส ห่างกันในระยะเวลา 21 วัน พบว่า ประสิทธิภาพวัคซีนโนวาแวกซ์โดยรวมต่อการต้านทานการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ 89.7% โดยมีประสิทธิภาพประมาณ 96.4% กับ โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม ส่วนสายพันธุ์ B.1.1.7 หรือ สายพันธุ์อัลฟา อยู่ที่ประมาณ 86.3%
ขอขอบคุณที่มาข้อมูลข่าว : โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์แนชั่นแนล หนองแขม
ดูแลร่างกายให้พร้อม เพื่อสุขภาพที่ดี
ป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น
ติดต่อศูนย์ตรวจสุขภาพ รพ.วิชัยเวชฯ หนองแขม
โทร: 02-441-6999