สาวคลั่งโดดตึก อาสากู้ภัยล็อกตัวช่วยไว้ได้อย่างปลอดภัย เหตุ ทะเลาะกับสามีแล้วทำร้ายกันจนสาหัส จนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

3 พฤศจิกายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุมีผู้หญิงพยายามทำร้ายตนเองด้วยการจะกระโดดจากที่สูงและภายในมือยังถือเศษกระจกจี้คอตนเอง เหตุเกิดภายในซอยประชาอุทิศ 33 จึงเร่งรัดจัดกำลังพร้อมประสานอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งรัดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

สาวคลั่งโดดตึก อาสากู้ภัยล็อกตัวช่วยไว้ได้ปลอดภัย

ราว 22.30 น. คืนวานนี้(2 พ.ย.) อาสาสมัครพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้นลักษณะแบ่งเป็นห้องให้เช่า เลขที่ 384/2 ซอย ประชาอุทิศ 33 แยกย่อยซอย 35 ถนน ประชาอุทิศ แขวง บางมด เขต ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร  จากการตรวจสอบแล้วพบผู้ก่อเหตุเป็นหญิงชาวกัมพูชา 1 ราย ต่อมาทราบชื่อ นางสาวน้ำ อายุ ประมาณ 20-25 ปี อยู่บนระเบียงหน้าต่างห้องเลขที่ 302 ชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นห้องพักของตนเอง มีลักษณะอาการคลุ้มคลั่งร้องไห้อยู่ตลอดเวลาพูดจาไม่รู้เรื่อง และมีทีท่าว่าจะกระโดดลงมาอยู่ตลอด

 

ชาวบ้านที่มายืนดูกันเป็นจำนวนมากต่างร้องตะโกนห้ามกันเสียงดังลั่น ส่วนที่มือของ นางสาวน้ำ ยังถืออาวุธลักษณะเป็นเศษแก้วบานเกล็ดหน้าต่างห้องกวัดแกว่งไป บางครั้งจะนำขึ้นมาจี้คอตัวเองอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่ประมาณ 20 นาที จนกระทั่ง นางสาวน้ำ เผลอ จังหวะนั้นอาสาสมัครกู้ภัยจึงตัดสินใจล็อคคอแล้วนำตัวเข้ามาภายในห้องได้อย่างปลอดภัย

แต่นางสาวน้ำ ยังอยู่ในอาการหวาดกลัวและคลุ้มคลั่งอยู่ตลอดเวลาเอาแต่นั่งร้องไห้และไม่พูดจาอะไรเลย เจ้าหน้าที่จึงให้ญาติมาอยู่เป็นเพื่อนและคอยเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลาเกรงว่า นางสาวน้ำ จะก่อเหตุคิดสั้นขึ้นมาอีกถ้าต้องอยู่คนเดียวภายในห้อง

สาวคลั่งโดดตึก อาสากู้ภัยล็อกตัวช่วยไว้ได้ปลอดภัย

จากการสังเกตภายในห้องพัก พบร่องรอยของการต่อสู้และรื้อค้น มีรอยเลือดหยดอยู่ทั่วทั้งห้องและผนังห้อง บนที่นอนจะมีรอยเลือดกองใหญ่อยู่เยอะมากเป็นลักษณะเลือดสดๆที่ยังไม่แห้ง จึงคาดว่าจะมีการทำร้ายกันก่อนภายในห้องแล้ว นางสาว น้ำ ถึงกับสติแตกจนถึงขั้นทุบบานเกล็ดหน้าต่างแล้วปีนออกไปด้านนอก จนกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ที่พักอาศัยภายในตึกหลังเดียวกัน ต่างบอกว่าเป็นเรื่องผัวเมียทะเลาะกัน และทะเลาะกันบ่อยมาก แต่วันนี้เเรงมากถึงขั้นลงมือลงไม้กันจนเลือดตกยางออกขนาดนี้ ต่างก็สงสารลูกของ นางสาว น้ำ ที่ยังเล็กอยู่ทั้ง 2 คนแล้วยังเป็นเด็กผู้หญิงทั้งคู่

 

จากการสอบถาม นางสาว พงษ์ภิญญา กันติวงศ์  อายุ 53 ปี เป็นน้องสาวของเจ้าของตึก เล่าว่า ตนได้ยินเสียงทะเลาะกัน จึงออกมาดู ว่าทำอะไรกันเสียงดัง แล้วแฟนเขาเดินออกไป ที่แขนมีเลือดออก ตนจึงไล่ออกจากตึกไปก่อน เหมือนผู้หญิงจะสติแตกอยู่ กลัวแฟนจะมาทำร้ายอีก ก่อนหน้านี้ก็ทะเลาะกันบ่อย แต่ครั้งนี้เป็นมากกว่าทุกครั้ง เหมือนหวาดกลัวอะไรซักอย่าง จึงต้องปีนหน้าต่างหนี

เมื่อสอบถามจากอาสากู้ภัยที่ขึ้นไปช่วยใช้รหัส กู้ภัยบูรณะ 011ชื่อนาย โสรส อดิลักษณ์สกุล อายุ 37 ปี กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งว่ามีผู้จะทำร้ายตนเองด้วยการกระโดดตึก ภายในซอยประชาอุทิศ 33 แยก 35 จึงเร่งที่เกิดเหตุ มาถึงก็เห็นคนมุงดูและตะโกนให้ลงมา มองขึ้นไปพบว่าเป็นผู้หญิงยืนอยู่นอกหน้าต่าง ชั้น 3 มีอาการหวาดกลัว คลุ้มคลั่ง ในมือถือเศษกระจก จี้คอตนเองอยู่ตลอดเวลา ตนจึงขึ้นไปบริเวณหน้าห้องพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สาวคลั่งโดดตึก อาสากู้ภัยล็อกตัวช่วยไว้ได้ปลอดภัย

ตนพยายามงัดประตูเพราะล็อคจากข้างใน และดันออก เมื่อเข้าไปตรงหน้าต่าง เป็นจังหวะที่ น้องผู้หญิงยืนหันหลังให้ ตนจึงคว้าตัวไว้แต่น้องผู้หญิงก็พยายามดิ้นออก ตนจึงดึงช่วงกางเกงให้ขึ้นมาและดึงตัวเข้าไปในหน้าต่างได้เป็นผลสำเร็จ แต่ก็ยังมีอาการหวาดกลัวอยู่จึงให้เพื่อนที่อยู่ห้องข้างๆและสนิทกัน อยู่เป็นเพื่อนคอยปลอบขวัญให้ใจเย็นลง ส่วนสภาพภายในห้องพัก พบมีรอยเลือดหยดเป็นหย่อมๆ ข้าวของกระจัดกระจาย บ่งบอกว่าทะเลาะกันรุนแรง แต่จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่มีร่องรอยบาดแผล แต่รอยเลือดที่เห็นเป็นของแฟน ไม่ใช่ของน้องผู้หญิง

 

นายสำลี อายุ 24 ปี พี่ชายแฟนน้องน้ำ บอกว่า น้องชายตนโทรมาบอกว่าทะเลาะกัน ให้มาดูหน่อย ตนจึงรีบมาดู ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พอรู้ว่าชอบทะเลาะกันเป็นประจำ แต่ไม่รู้ว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร เพราะเรื่องผัวเมีย ตนก็ไม่อยากจะยุ่ง น้องและน้องสะใภ้ทำงานอยู่ร้านเก็บของเก่าข้างๆนี้ ทั้ง 2 คน น้องชายตนชอบกินเหล้า ทุกครั้งที่กินก็จะทะเลาะกันประจำ แต่ครั้งนี้คงหนักกว่าทุกครั้ง แต่ตนก็ยังไม่รู้เรื่องราวอะไรมากนัก เพราะตนเพิ่งมาถึง ยังไม่ได้ขึ้นไปพูดคุยด้วยเลย

 

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่มอบให้ญาติรับดูแลต่อไปจนกว่าอาการเครียดของ นางสาวน้ำ จะดีขึ้น ทั้งนี้เบื้องต้นสันนิษฐานมูลเหตุว่า เกิดจากเรื่องความไม่เข้าใจกันเองของครอบครัว จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกัน แล้วอาจจะพลั้งมือไปทำร้ายกัน สามีของนางสาว น้ำ ก็เลยหนีออกจากห้องไป ส่วน นางสาวน้ำ ที่อยู่ในอาการกลัวและตกใจ ก็เลยอาจจะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต้องรอสอบถามจากทั้งสองคนอีกครั้ง จากนั้นถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป