นางเมวดี ยังเปิดเผยอีกว่า สำหรับเหตุการณืที่เกิดขึ้นต้องการให้เป็นอุทาหรณ์ ให้ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วต้องระมัดระวังเพิ่มรอบคอบในการส่งมอบรถ ในการขายรถให้มากขึ้น เคสนี้ข้อบกพร่องของเราอย่างหนึ่งคืออะไรความที่เรายังไม่ได้ตรวจเช็คเงินที่โอนเข้าบัญชี อาจจะด้วยความเร่งรีบหรืออะไรก็ตามซึ่งมันผิดขั้นตอนก่อนที่เราจะไปส่งมอบรถไปส่งลูกค้า ยังไงก็ตามเราควรจะต้องตรวจสอบเงินให้เรียบร้อยก่อนแม้ เราจะรีบเร่งส่งรถให้ทันตามกำหนดเวลาของลูกค้าจนลืมมองเห็นถึงจุดที่มันผิดสังเกตที่ลูกค้าซื้อรถเขายังไม่ได้ดูรายละเอียดรถเลยเขาไม่ได้ตรวจสอบรถเลย แล้วก็มันมีองค์ประกอบหลายๆอย่าง
หลังจากที่เราโพสต์ตัวนี้ลงไปในสื่อโซเชียลผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเดียวกันกับเราที่เขาเจอเขาเห็นเบอร์โทรนี้แล้วเขาก็ไปเช็คกับลูกน้องว่าที่เราเจอเนี่ยมันใช่เบอร์นี้หรือไม่ แต่ก็ปรากฎว่าเป็นเบอร์เดียวกันเกิดทั้งอยุธยา ทั้งสงขลา ทั้งอุดร ทั้งกรุงเทพฯ ก็เป็นเบอร์เดียวกันแต่ยังไม่มีใครได้รับความเสียหายเหมือนเรา เพราะว่าเขาก็จะไปตรวจสอบเจอปุ๊บเขาก็ไม่ได้ไม่ได้ทำงานส่งมอบรถ การโกงมันก็จะมีมาหลายรูปแบบคือบางคนก็โอนไปทั้งหมด บางอันก็คือโอนมัดจำไปก่อน บางส่วนอันนี้คือโอนจริงแล้วก็ค่อยโอนยอดค่าตัวรถทีหลัง อันนี้คือสลิปหลอกแล้วก็มาบอกว่าเปลี่ยนใจว่าซื้อไม่ได้แล้วเนื่องจากเหตุขัดข้องแล้วก็จะให้เราโอนเงินคืนแต่ก็เป็นความโชคดีที่ว่าผู้ประกอบการเจ้านั้นเขาไปเช็คเงินในบัญชีก่อนว่ามันไม่มียอดเงินยอดนี้โอนเข้าก็เลยโทรติดต่อกลับไปหาลูกค้าก็กดว่าก็ปิดเครื่องเขาก็เลยไม่ได้ไม่ได้เสียหายตรงนี้
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ตนเองต้องขอขอบคุณพลังโซเชียลที่แชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้คนร้ายไม่กล้าเคลื่อนย้ายรถ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พลเมืองดี ผู้ประกอบการเต้นท์รถต่างๆที่ให้ข้อมูลของมิจฉาชีพรายนี้ ซึ่งคาดว่าได้ก่อเหตุในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จึงอยากขอให้ทุกฝ่ายติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้และใครที่มีเบาะแสมิจฉาชีพสามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อจะได้ไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนกับคนอื่นอีกต่อไป
ข่าวโดย - เกียรติรัตน์ ชัยสกุลวงศ์
ภาพโดย - เมวดี จุลทัศน์ กรรมการผู้จัดการ บ.มงคลคาร์เซ็นเตอร์