"สามารถ ราชพลสิทธิ์" โพสต์ติง รฟม. อย่าตะแบง เกณฑ์การประมูลรถไฟฟ้าลอดใต้เจ้าพระยา 3 สาย "เกณฑ์ประมูล" ต้อง "เหมือนกัน"

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

2 พฤศจิกายน 2564 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มือตรวจสอบโครงการรถไฟฟ้า และอดีตรองผู้ว่าฯ​ กทม. โพสต์เฟซบุ๊ก เกณฑ์การประมูลรถไฟฟ้าลอดใต้เจ้าพระยา 3 สาย ดังนี้
 

รถไฟฟ้าลอดใต้เจ้าพระยา สายแรก คือ สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายใช้ "เกณฑ์ราคา" ในการประมูล

 

สายที่ 2 ตามแผนของ รฟม. คือสายสีส้มตะวันตก

 

สายที่ 3 คือสายสีม่วงใต้

 

ทั้ง 3 สายนี้ใช้เทคนิคการก่อสร้างเหมือนกัน ดังนั้น "เกณฑ์ประมูล" หาผู้รับเหมาหรือผู้ร่วมลงทุนจะต้องเหมือนกัน !

 

1. รถไฟฟ้าลอดใต้เจ้าพระยาสายแรก
รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงสนามไชย-ท่าพระ เป็นรถไฟฟ้าสายแรกที่ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา การประมูลรถไฟฟ้าสายนี้ รฟม. ใช้ "เกณฑ์ราคา" แต่ผู้ชนะการประมูลจะต้องผ่านเกณฑ์เทคนิคก่อนด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 70% จึงจะได้รับการพิจารณาข้อเสนอด้านราคา ใครเสนอราคาต่ำสุดก็จะชนะการประมูล


ปรากฏว่าบริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประมูล โดยจะต้องทำการออกแบบพร้อมก่อสร้าง (Design & Build) ซึ่ง ช. การช่าง ได้ว่าจ้างให้บริษัท AECOM หรือเออีคอม (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ออกแบบ
"สามารถ"ติงรฟม. อย่าตะแบงเกณฑ์ประมูลรถไฟฟ้าลอดใต้เจ้าพระยา3สาย

2. รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกจะลอดใต้เจ้าพระยาเป็นสายที่ 2 ?
ตามแผนของ รฟม. รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จะได้รับการก่อสร้างลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสายที่ 2 แต่ถึงเวลานี้มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นแล้ว เนื่องจาก รฟม. ได้ล้มประมูล หลังจากเปลี่ยนเกณฑ์ประมูลกลางอากาศจาก "เกณฑ์ราคา" เป็น "เกณฑ์เทคนิคประกอบเกณฑ์ราคา" ทำให้มีปัญหาจึงถูกฟ้องร้อง ยังเปิดประมูลใหม่ไม่ได้


เดิม รฟม. ใช้ "เกณฑ์ราคา" ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องผ่านเกณฑ์เทคนิคก่อน โดยต้องได้คะแนนด้านเทคนิคไม่น้อยกว่า 85% จึงจะได้รับการพิจารณาข้อเสนอด้านราคา ใครเสนอเสนอราคาต่ำสุดจะชนะการประมูล


หลังจากปิดการขายเอกสารประกวดราคา รฟม. ได้เปลี่ยนมาใช้ "เกณฑ์เทคนิคประกอบเกณฑ์
ราคา
" โดยให้คะแนนด้านเทคนิค 30% และคะแนนด้านราคาหรือผลตอบแทน 70% ใครได้คะแนนรวมสูงสุดจะชนะการประมูล


รฟม. ได้ชี้แจงเหตุผลในการเปลี่ยนเกณฑ์ประมูลว่ารถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก มีเส้นทางผ่านพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ อีกทั้ง ต้องขุดอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา รฟม. จึงจำเป็นต้องได้ผู้ชนะการประมูลที่มีสมรรถนะและประสบการณ์สูง

 

ผมได้แย้ง รฟม. ว่าหาก รฟม. ต้องการผู้ชนะการประมูลที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจริง รฟม. จะต้องใช้ "เกณฑ์ราคา" เพราะเกณฑ์ราคาให้ความสำคัญต่อคะแนนด้านเทคนิคเต็ม 100% ต่างกับ "เกณฑ์เทคนิคประกอบเกณฑ์ราคา" ที่ลดทอนความสำคัญด้านเทคนิคลงเหลือเพียง 30% เท่านั้น อีกทั้ง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายก็มีเส้นทางผ่านพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ และต้องลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเช่นเดียวกัน แต่ รฟม. ก็ใช้ "เกณฑ์ราคา" ไม่ได้ใช้ "เกณฑ์เทคนิคประกอบเกณฑ์ราคา"

"สามารถ"ติงรฟม. อย่าตะแบงเกณฑ์ประมูลรถไฟฟ้าลอดใต้เจ้าพระยา3สาย
ด้วยเหตุนี้ เหตุผลของ รฟม. จึงย้อนแย้งกับข้อเท็จจริง
 

3. สายสีม่วงใต้จะลอดใต้เจ้าพระยาก่อนหรือหลังสายสีส้มตะวันตก ?
ตามแผนของ รฟม. รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ จะลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสายที่ 3 แต่เพราะความล่าช้าของสายสีส้มตะวันตก อาจเป็นไปได้ที่สายสีม่วงใต้ ช่วงลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจะได้รับการก่อสร้างก่อน ยกเว้น รฟม. เปลี่ยนใจกลับไปใช้ "เกณฑ์ราคา" ในการประมูลสายสีส้มตะวันตก


รฟม. อยู่ในกระบวนการประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ หลังจากล้มประมูลไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ก่อนล้มประมูล รฟม. ใช้ "เกณฑ์เทคนิคประกอบเกณฑ์ราคา" ด้วยเหตุผลเดียวกับสายสีส้มตะวันตก ที่อ้างว่ามีเส้นทางผ่านพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ และต้องลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ผมไม่เห็นด้วย และเสนอให้ รฟม. ใช้ "เกณฑ์ราคา" เพราะประชาชนและประเทศชาติจะได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งในที่สุด รฟม. กลับมาใช้ "เกณฑ์ราคา" ในการประมูลครั้งใหม่

"สามารถ"ติงรฟม. อย่าตะแบงเกณฑ์ประมูลรถไฟฟ้าลอดใต้เจ้าพระยา3สาย

4. สรุป
ถึงเวลานี้ รถไฟฟ้าลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยามี 3 สาย เปิดให้บริการแล้ว 1 สาย อีก 2 สาย อยู่ในกระบวนการประมูล รฟม. ใช้ "เกณฑ์ราคา" 2 สาย ประกอบด้วยสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย และสายสีม่วงใต้ เหลืออีกเพียงสายเดียวคือสายสีส้มตะวันตกที่ รฟม. ยากจะปฏิเสธการใช้ "เกณฑ์ราคา" ได้ 


"การอ้างเหตุผลที่ย้อนแย้งมาสนับสนุนความต้องการของตน สุดท้ายจะกลายเป็นคมหอกมาทิ่มแทงตนเอง"
---------------------------------
ข้อสงสัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นข้อกังขาที่ผมและประชาชนทุกคนชอบที่จะต้องขอคำชี้แจงให้สิ้นสงสัยจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยเจตนาที่จะให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างเต็มที่ โดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้นเท่านั้นเอง