"นิพนธ์ บุญญามณี" ชงคกก.ยุทธศาสตร์ภาคใต้ เร่งรัดแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ ทั้งเรือประมงและพัฒนาด่านสะเดาฯ จ.สงขลา กระตุ้นการค้าชายแดนเพิ่มรายได้เข้าประเทศ

28 ตุลาคม 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ครั้งที่ 3/2564 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เพื่อยกระดับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกมิติ ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

 

โดยที่ประชุมรับทราบการถ่ายโอนภารกิจจัดจ้างวิทยากรผู้สอนภาษาไทย จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้กับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บก.ตชด.) ตั้งแต่ปี 2566 หลังจากพบว่าเด็กในวัยเรียนจำนวนมาก ยังไม่ได้เรียนหนังสือและมีปัญหาอ่านเขียนไม่ได้ และเห็นชอบแนวทางมอบอำนาจให้เลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมเห็นชอบแนวทางมอบอำนาจให้เลขา ศอ.บต.

 

นอกจากนี้ พร้อมทั้งได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามนโยบาย ได้แก่ การช่วยเหลือและพัฒนาแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศภายใต้สถานการณ์โควิด-19แล้วกว่า 10,000 คน และจะเร่งพัฒนาอีก 7,000 คนให้แล้วเสร็จใน มี.ค. 65 แยก 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้ที่ประสงค์จะประกอบอาชีพในภูมิลำเนาเดิม ผู้ที่พร้อมไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมนอกพื้นที่และผู้ที่ประสงค์เข้าทำงานเกษตรสวนปาล์มในมาเลเซีย

 

"นิพนธ์"ชงกพต.แก้ปัญหาภาคใต้สู่การดึงรายได้เข้าประเทศ

สำหรับการแก้ปัญหาการระบาดของโรคใบไม้ร่วงชนิดใหม่ในยางพารารวม 308,351 ไร่ การยางแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนงบประมาณ 331 ล้านบาท เร่งศึกษาแก้ปัญหาร่วมกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่และพัฒนาอาชีพชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบในการปลูกพืชผสมผสานในพื้นที่นำร่องและพื้นที่ขยายผลอีก 22,000 ไร่ควบคู่กันไป

 

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ได้เสนอต่อ กพต. ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบการบูรณาการเพื่อขจัดความยากจนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่าน "โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ภายใต้ระบบ "1 ข้าราชการ 1 ครัวเรือนยากจน" มุ่งเน้นแก้ปัญหาความยากจน 5 มิติ คือ สุขภาพ ความเป็นอยู่ การศึกษา รายได้  และการเข้าถึงบริการรัฐ

 

โดยให้ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสตูล รวมถึง 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา คือ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายครัวเรือนยากจนและคนจนทุกมิติ  นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวทางเพื่อการแก้ไขปัญหาการทำประมงและปัญหาเรือในพื้นที่จ.สงขลาและจ.สตูล ซึ่งเป็นอีกกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดตลอดช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการพัฒนาศักยภาพด่านศุลกากรชายแดนไทย – มาเลเซีย เพื่อยกระดับการค้าชายแดนและความร่วมมือในมิติต่างๆ การบริหารจัดการด่านการค้าชายแดน โดยเฉพาะด่านศุลกากรสะเดา ซึ่งเป็นด่านที่มีมูลค่าการนำเข้าส่งออกสินค้าสูงที่สุดในประเทศไทยเป็นประตูเชื่อมการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญของไทย จึงได้ให้ความสำคัญกับด่านศุลกากรสะเดาในฐานะอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจสำคัญ

 

ทั้งนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะให้ด่านศุลกากรสะเดาสามารถรองรับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอกับปริมาณการค้าที่นับวันจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะมาพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำรายได้เข้าประเทศ ซึ่งท้ายที่สุดต้องให้ประชาชนอยู่ดี กินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ชายแดนใต้ การแก้ไขปัญหาเรือประมงและการพัฒนาด่านสะเดาจะเป็นการช่วยสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่และสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม