Spotlight ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินไม่เท่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงในพรรคพลังประชารัฐ ปัญหาตอนนี้ของพลังประชารัฐและการจัดการกำลัง ในโครงสร้างของพรรค กำลังเข้มงวด และหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงก็ยังอยู่ที่หัวหน้าพรรคว่าจะตัดสินใจครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

ปรากฏการณ์ของ 6 รัฐมนตรีเข้าพบนายก ที่ทำเนียบรัฐบาลและที่บ้านพัก ก่อนเกิดการเคลียร์ใจพูดคุยกับหัวหน้าพรรค นั่นคือพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นการเดินเกมว่าด้วยเรื่องของการล้างไพ่ ผ่านการลาออกของบรรดากรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการบริหารของพรรค

 

คำถาม ทำไมถึงเรียกว่าประวิทย์ 360 องศา เพราะฝั่งของ 6 รัฐมนตรีไปเจอลุงป้อมที่ป่ารอยต่อ ก็เหมือนว่าคุยกันรู้เรื่องเพราะลุงป้อมบอกว่าจัดการเอง หลังจากนั้นช่วงค่ำ มีคนไปพบลุงป้อม 2-3 ท่าน ผลปรากฏว่าถ้าเป็นแบบนี้ต้องประลองกำลังกัน แต่ไม่รับปาก สองฝั่งรับข้อความจากลุงป้อมคนละทิศคนละทาง เลยเกิดการประลองกำลังกันขณะนี้ว่าด้วยเรื่องของการล้างไพ่

 

เริ่มต้น 6 รัฐมนตรีตอนนี้กลายเป็น 8 คน เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐยื่นใบลาออกจากกรรมการบริหารพรรค

อนาคตพปชร. กับการจัดสรรแบ่งปันพี่ใหญ่

บางคนยื่นใบลาออก มีคนโทรศัพท์เข้าไปยับยั้งการลาออก ดังนั้นแผนการล้างไพ่จึงเป็นเกมประลองกำลัง หลังจากลุงป้อมปรากฏกลับหลังหัน ทำไมลุงป้อมถึงเปลี่ยน และท่าทีของหัวหน้าพรรคจะเป็นตัววัดอนาคตของรัฐบาล ถ้ายังเดินหน้าไปไม่ได้ กระบวนการบริหารจัดการราชการแผ่นดินรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะง่อยเปลี้ยเสียขา และหมดแรงสุดท้ายล้มพรรคโดยตัวเองอัตโนมัติทันที

 

ปฏิบัติงานของนายกฯ ที่ลงพื้นที่ล้วนแต่อยู่ในเครือข่ายของที่ยื่นใบลาออก อนาคตพรรคพลังประชารัฐที่จะเป็นตัววัดความเข้มแข็งของพี่น้อง 3ป. และเป็นเสาค้ำยันหลักให้กับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไปจบที่ปลายทาง 28 ต.ค.นี้ เนื่องจากเป็นวันดีเดย์ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ รอบนี้ไปประชุมที่ทำการของพรรค รอดูว่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอย่างไร

วันนี้กลับไปประชุมที่ทำการของพรรคสะท้อนสัญญาณบางประการ และการประชุมรอบนี้ได้ยินมาว่า คนที่ถือใบลาออกตอนนี้กลายเป็นมังกรที่ซ่อนพยัคฆ์ และเป็นหน่วยขึ้นตรงกับลุงตู่

 

พรรคเพื่อไทยที่ตอนนี้คึกคักและเกิดปรากฏการณ์น่าจะแลนด์สไลด์ ประชุมใหญ่กันที่ขอนแก่นและประชุมเพื่อมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรคด้วยหรือไม่

 

การช่วงชิงอำนาจผ่านการปรับโครงสร้างการบริหารในพรรคพลังประชารัฐ กำลังเข้มข้นและท้าทายอย่างยิ่ง 28 ต.ค.นี้ กระบวนการจัดการทั้งหมดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และการตัดสินใจสุดท้ายของพี่ใหญ่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ จะได้ข้อยุติหรือไม่

 

ข้อยุติของพลังประชารัฐจะไม่ยุติหากยังไม่สามารถยุติเรื่องการจัดสรรแบ่งปันพี่ใหญ่ เค้าบอกว่าถึงตอนนี้ปรากฏการณ์ในเรื่องของการใช้ผู้กองธรรมนัส จะเป็นปรากฏการณ์เพียงแค่หนึ่งในเกมบนกระดาน เป็นเกมกระดานของอำนาจในการบริหารจัดการ ตอนนี้คนที่จะตัดสินใจในปัญหาของพรรคและดุลอำนาจของพลเอกประยุทธ์ อยู่ที่พี่ใหญ่

 

ความสำเร็จของพลเอกประยุทธ์ ในการจัดการเพื่อสร้างดุลอำนาจรองรับเก้าอี้ในฐานะนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหารให้เข้มแข็ง

อนาคตพปชร. กับการจัดสรรแบ่งปันพี่ใหญ่

แค่ขยับศูนย์กลางบริหารจัดการอำนาจภายใต้การกำกับดูแล รายกระทรวงใหม่โยนหน่วยงาน อำนาจดุลอำนาจแปลเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง งานตอนนี้ที่จะเข้าไปยึดพรรคเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารและจะเติมใครเค้าไปเป็นเลขาธิการพรรค

 

กรณีผู้กองธรรมนัสต้องลาออกเป็นศึกของ 3ส. แย่งตำแหน่งเลขาธิการพรรค

อนาคตพปชร. กับการจัดสรรแบ่งปันพี่ใหญ่

ในเกมการปรับโครงสร้างมุ่งเน้นไปที่การบีบ ผู้กองธรรมนัสให้ผลจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค

อนาคตพปชร. กับการจัดสรรแบ่งปันพี่ใหญ่

ทุกคนที่ต้องการเปลี่ยนเลขาธิการพรรค ทำไมถึงคิดจะเปลี่ยน

อนาคตพปชร. กับการจัดสรรแบ่งปันพี่ใหญ่ อนาคตพปชร. กับการจัดสรรแบ่งปันพี่ใหญ่

มีใครอยากประชุมแบบปะทะซึ่งหน้า ภายใต้เงื่อนไขการล้มกระดานมันจะทำให้อุณหภูมิทางการเมืองร้อนแรง สงครามแห่งการต่อสู้อาจจะดูถึงชีวิต แต่สงครามต่อสู้ในมิติการเมือง เป็นการได้มาซึ่งอำนาจและการสูญเสียอำนาจ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้อาจจะไม่เห็นกรรมการหลายท่าน

อนาคตพปชร. กับการจัดสรรแบ่งปันพี่ใหญ่

ทุกคนรู้ดีว่าการประชุมกันในวันพรุ่งนี้จะลากไปถึงการเปลี่ยนแปลง เลขาธิการพรรค แต่จะลากไปถึงเหรัญญิกหรือไม่ จะทำให้การบริหารจัดการพรรคพลังประชารัฐเป็นเช่นไร โทนี่ วู้ดซัม ออกมาเสี้ยมทันที

อนาคตพปชร. กับการจัดสรรแบ่งปันพี่ใหญ่

ทั้งหมดอยู่ที่จัดสรร แบ่งปันพี่ใหญ่ ถ้าทำแบบนี้ทุกอย่างสงบ และอำนาจจะได้มานั้นต้องมาจากการจัดสรรผลประโยชน์ที่ลงตัว

 

ที่มา เนชั่นอินไซต์ บากบั่น บุญเลิศ และ วีระศักดิ์ พงศ์อักษร