กอร์ปศักดิ์ ชี้การเปิดประเทศด้านการท่องเที่ยว มีเหตุผลทางการเมืองที่ใกล้ยุบสภา ลุ้น Do or Die ถ้าทำสำเร็จดึงให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปค ก่อนยุบสภา

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

25 ตุลาคม 2564 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงการเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ว่า องค์ประกอบสำคัญคือการฉีดวัคซีนครบโดดอย่างน้อย 60% ของจำนวนประชากร ซึ่งหลายประเทศสามารถฉีดได้ถึง 70% ดังนั้น การเปิดประเทศจึงไม่ได้คำนึงว่าจะต้องเปิดภายในวันไดวัน

ลุ้นเปิดประเทศทิ้งทวนเอเปคก่อนยุบสภาฯ

หลายประเทศยึดการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสให้ประชากรผู้ใหญ่ครบเมื่อไหร่ถึงเปิดประเทศ แต่ของเราในขณะนี้ฉีดครบ 2 โดสไปประมาณ 26 ล้านคน ยังขาดอีกครึ่งหนึ่ง แม้การเปิดประเทศเพื่อจะเปลี่ยนโยบายเพื่ออยู่ร่วมกับโควิด-19 จำเป็นต้องทำจะต้องฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์

 

สำหรับประเทศไทยไม่มีใครรู้เมื่อเปิดประเทศแล้วจะเป็นอย่างไร เพราะยังไม่มีใครทดลองเปิดประเทศโดยที่ยังฉีดวัคซีนได้น้อย เราจึงเป็นประเทศแรกในโลกที่กล้าทดลองเปิดประเทศทั้งที่การฉีดวัคซีนยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ WHO กำหนด อันนี้ก็เสี่ยงดวงเอาเพราะเราจะฉีดไม่ถึงเกณฑ์ยกเว้นจากวันนี้ไปจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน ถ้าฉีดโดสสองวันละ 1 ล้านหรือมากกว่านั้นก็จะได้ 14-15 ล้านคน แม่ยังไม่ถึงเกณฑ์แต่ก็ยังดีกว่า

 

เราต้องยอมรับท่านกล้าเสี่ยงก็เป็นเรื่องของท่านท่านรับผิดชอบก็แล้วกัน

ลุ้นเปิดประเทศทิ้งทวนเอเปคก่อนยุบสภาฯ

นายกอร์ปศักดิ์ ยกกรณีประเทศจีนที่มาให้คนของเค้าเดินทางออกนอกประเทศทั้งที่ฉีดวัคซินได้ 1,000 กว่าล้านคน เพราะลึกๆ ในใจรู้ว่าวัคซีนซิโนแวค หรือว่าซิโนฟาร์ม 2 เข็มไม่เพียงพอ

 

ส่วนสหรัฐอเมริกา ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็เป็นผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนผมว่าไม่มีประเทศไหนที่ฉีดวัคซีนยังไม่ถึงเกณฑ์ 70% แล้วเปิดประเทศด้านการท่องเที่ยว

 

เวลาเปิดคนก็ไม่กล้าเข้ามาเราไปกลัวนักท่องเที่ยวจะนำเชื้อเข้ามาอันนี้ผิดคนที่เข้ามานำเชื้อมาน้อยแต่คนไทยที่ต้องทำมาหากิน และเดินทางกันเป็นจำนวนมาก ตรงนี้ต่างหากที่น่ากลัว

 

อย่างที่ภูเก็ตนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนน้อยมากที่ติดเชื้อแต่คนไทยที่เค้าไปทำมาหากินคนกลุ่มนี้ต่างหากที่เราคุมยาก

 

การเปิดประเทศด้านการท่องเที่ยว มีเหตุผลทางการเมืองเข้ามาเป็นปัจจัยด้วยไทม์ไลน์ ที่ใกล้ยุบสภาเต็มทีผมว่า Do or Die ถ้าทำได้สำเร็จเราก็สามารถดึงเวลาให้รัฐบาลมีหน้ามีตาในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ตรงนั้นเป็นหัวใจของผู้นำที่ต้องการจะโชว์ศักยภาพได้พบผู้นำต่างประเทศเพราะพบเสร็จเรียบร้อยก็ยุบสภา

 

ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นวูบหนึ่งแน่นอนเป็นเรื่องปกติเพราะคนเดินทางเยอะแต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ในส่วนนี้มีความสำคัญเท่าที่เห็นมามาตรการหลายอย่างยังไม่พร้อมแต่ก็เอาใจช่วยไม่อยากให้คุมไม่อยู่แล้วต้องล็อคดาวน์กันอีกครั้ง

ลุ้นเปิดประเทศทิ้งทวนเอเปคก่อนยุบสภาฯ

ถ้าการเปิดประเทศเป็นไปตามแผนความนิยมในตัวรัฐบาลก็จะกลับมาแม้บริหารจนมีผู้เสียชีวิตเกือบ 20,000 คนแต่มาแก้ปัญหาได้ในภายหลัง ตัวเลขที่เกิดขึ้นเราก็ลืมไปเลยว่าเค้าทำผิดพลาด แล้วมาแก้ในสิ่งที่ทำผิดพลาดซึ่งไม่ใช่เก่ง แต่ความรู้สึกของคนก็มักจะเป็นอย่างนี้ว่าดีแล้ว

 

แต่หารู้ไม่ว่าตอนที่สถานการณ์เร็วร้ายนั้นเป็นเพราะอะไรก่อนโควิดเศรษฐกิจก็แย่มากขนาดมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 40 ล้านคน วันนี้จะเปิดประเทศมีนักท่องเที่ยวเราซักหนึ่งถึง 2 ล้านคนเศรษฐกิจดีแล้วจะเป็นไปได้อย่างไร

 

ในอนาคตน่ากลัวดังนั้นโครงการใหญ่ใหญ่ของรัฐบาลที่ต้องใช้เวลาห้าถึง 10 ปีตอนนี้ต้องหยุดไว้ก่อน

 

สำคัญที่สุดในปี 2565 ถึง 2566 นโยบายทางการคลังของเราเนี๊ยบแค่ไหน การใช้เงินเต็มที่แค่ไหนเพื่อตอบสนองให้เศรษฐกิจดีขึ้นและจัดเก็บรายได้มากขึ้นจากการใช้เงินเป็น และถูกทิศทางไม่ต้องไปห่วงว่าจะกู้มามากน้อยแค่ไหนใครว่าอะไรปล่อยให้เค้าว่าไปกู้ได้กู้เต็มที่ แต่กู้แล้วต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ถ้ากู้แล้วใช้ไม่เป็นประโยชน์ประเทศก็จบ

ลุ้นเปิดประเทศทิ้งทวนเอเปคก่อนยุบสภาฯ