1.การบังคับใช้มาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง ปัจจุบันมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทยอยู่ที่ระดับเทียบเท่ามาตรฐานยูโร 4 ซึ่งมีปริมาณกำมะถันในเนื้อน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซินอยู่ในระดับไม่เกิน 50 ppm และมีแผนเปลี่ยนไปสู่การบังคับใช้มาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงให้เทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 หรือมีกำมะถันไม่เกิน 10 ppm ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 และในระหว่างปี 2564 จนถึง 2566 ในทุกช่วงระหว่างเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ของทุกปี บริษัทน้ำมันได้ผลิตน้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5 ออกมาจำหน่ายในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล นอกจากนี้ คพ. ได้ผลักดันมาตรการด้านภาษีเพื่อเร่งรัดให้เกิดการผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่เทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 ให้เกิดขึ้นได้โดยเร็ว
2.การบังคับใช้มาตรฐานรถยนต์ใหม่ ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการบังคับใช้มาตรฐานยูโร 3 สำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ และมาตรฐานยูโร 4 สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก แต่อย่างไรก็ตามได้มีแผนที่จะปรับไปสู่การบังคับใช้มาตรฐานยูโร 5 สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กและรถยนต์ขนาดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2563 วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 และมีแนวทางการใช้มาตรการด้านภาษีเพื่อเร่งรัดให้เกิดการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 ได้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 โดยมาตรฐานยูโร 5 จะสามารถลดการปล่อยก๊าซ NOx ได้ถึงร้อยละ 60 สำหรับรถยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ และร้อยละ 28 สำหรับรถยนต์ดีเซลขนาดเล็ก
3.การบังคับใช้มาตรฐานรถยนต์ใช้งาน โดยปัจจุบัน คพ.ได้ปรับปรุงค่ามาตรฐานการปล่อยควันดำจากรถยนต์ดีเซลจากเดิมที่สามารถปล่อยควันดำได้ไม่เกินร้อยละ 45 เป็นปล่อยควันดำได้ไม่เกินร้อยละ 30 ซึ่งได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ภายในกลางปี พ.ศ. 2565 ซึ่งก็จะส่งผลให้ก๊าซ NOx ลดลงได้ด้วยเช่นกัน
4.ปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษอากาศจากแหล่งกำเนิดขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้า ซึ่งมีการควบคุมสารมลพิษอากาศหลักคือ ฝุ่นละอองซัลเฟอร์ไดออกไซด์ SO2 และ NOx ให้เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2565