ส่วนกรณีที่ผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ มีการแจ้งความเพิ่มอีก 1 ข้อหาคือหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานนั้น เบื้องต้นก็ทราบเรื่องแล้ว แต่ถ้าจะดำเนินเนินคดีก็ต้องออกหมายเรียกไปหลังจากนี้ตามขั้นตอน แต่ส่วนตัวก็ไม่ได้อยากเอาเรื่องกับใครในชั้นพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีที่นำหมายจับของตนเองไปเผยแพร่ในโซเชียล ซึ่งเป็นเอกสารปิดผนึกที่มีข้อมูลส่วนตัวของตนเองอยู่ด้วย ถือเป็นความผิดฐานประพฤติมิชอบ
ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้มีเรื่องกับพนักงานสอบสวน ถ้าพอจะพูดคุยกันได้ก็จะไม่เอาเรื่อง มองว่าพนักงานสอบสวนควรจะเป็นกลางไม่ใช่ ผกก. หรือพนักงานสอบสวนมาเป็นโจทย์ เพราะไม่อย่างนั้นตนต้องทำเรื่องถึง ผบ.ตร. ให้ย้าย ผกก.ออกนอกพื้นที่ทันทีเพราะถือว่าเป็นคู่อริกับผู้กล่าวหา ซึ่งตนก็จะต้องเสนอให้ย้าย 5 เสือเพราะไม่เช่นนั้นการทำคดีของตนเองก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรม ผกก. และพนักงานสอบสวนควรจะเป็นคนกลางในการทำคดีไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าในอนาคตจะมีแนวโน้มในการไกล่เกลี่ยคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาหรือไม่นั้น นายมงคลกิตติ์ ก็ตอบว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งก็ว่ากันไป เพราะสิ่งที่ตนพูดไปเป็นเรื่องผลกระทบต่อสวนรวมแต่อาจจะมีตัวบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งท่านเป็นฝ่ายบริหารก็จะถูก ส.ส.ฝ่ายค้านตรวจสอบท้วงติงก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าท่านทนไม่ได้ท่านก็ควรจะออกจากตำแหน่งแต่ถ้าทนได้ท่านก็ต้องยอมรับการตรวจสอบ
ภาพ/ข่าว โดย : สุรชัย พิรักษา