ด้านนายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า สนทช. ได้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 โครงการสถานีสูบน้ำจากแม่น้ำแควใหญ่เริ่มดำเนินปี 2566 ระยะเวลาก่อสร้าง 2 ปี เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถสูบผันน้ำได้ปีละ 27.25 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีพื้นที่รับประโยชน์ 78,508 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 21,659 ครัวเรือน ระยะที่ 2 โครงการอุโมงค์ผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ เริ่มดำเนินการปี 2568 ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี เมื่อแล้วเสร็จจะผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ตามแรงโน้มถ่วงได้ปีละ 265.50 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 486000 ไร่ มีน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคในเขต อ.เลาขวัญและ อ.ห้วยกระเจา รวม 2.97 ล้าน ลบ.ม./ปี ประชาชนได้รับประโยชน์ 53,810 ครัวเรือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณารายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.)
"ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 61-64 ) จ.กาญจนบุรี มีแผนงานโครงการด้านน้ำในพื้นที่รวม 1,132 โครงการ เช่น ก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาค ก่อสร้างระบบผันน้ำจากแม่น้ำแควน้อย-บ้านไตรรัตน์ และก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำแควน้อย ขณะที่งบประมาณบูรณาการปี 65 จำนวน 39 โครงการ เช่น แก้มลิงบ้านหนองปลาซิว ฝายคลองหมื่นเทพ พร้อมระบบส่งน้ำ ระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนด่านมะขามเตี้ย เป็นต้น ซึ่ง สทนช.จะติดตามและเร่งรัดงาน ด้านทรัพยากรน้ำทุกโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมาย เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนตามแผนแม่บทฯ น้ำ 20 ปี" รองเลขาธิการ สทนช. กล่าว
ข่าว-ภาพ โดย สุพจน์ แก้วกาสี