นายพงษ์ศักดิ์ อัครมณี ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า เนื่องจากในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ตาก และ จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา จึงส่งผลทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงมากขึ้น โดยที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีมวลน้ำแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในอัตรา 2,700-2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับทาง จ.อุทัยธานี มีปริมาณฝนตกมากขึ้น จึงส่งผลให้ลุ่มน้ำสะแกกรัง มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งมวลน้ำดังกล่าว จะไหลลงมายังเขื่อนเจ้าพระยา และตามแผนเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากมวลน้ำดังกล่าวไหลลงมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา ทางเขื่อนเจ้าพระยาก็จะมีแผนปรับการระบายน้ำให้อยู่ในอัตรา 2,700 ไม่เกิน 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที