ปลัดกระทรวงสาธาณสุข เปิดเผยว่าภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ตั้งเป้าหมายว่าทุกจังหวัดต้องฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 50

16 ตุลาคม 2564 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธาณสุข กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยอยู่ในระดับทรงตัว มีการติดเชื้อประมาณวันละ 1 หมื่นราย เสียชีวิตเกือบ 100 ราย จึงได้กำชับให้ทุกจังหวัดร่วมกันควบคุมโรคให้การติดเชื้อไม่เกิน 5 พันราย และเสียชีวิตไม่เกิน 30 ราย รวมถึงคงระบบการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อที่บ้านและที่ชุมชนต่อเนื่อง เพื่อให้โรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยที่มีอาการได้อย่างเพียงพอ สำหรับปัจจัยที่ทำให้โรคโควิด 19 เริ่มทรงตัว เนื่องจากบางพื้นที่มีการติดเชื้อลดลง เช่น ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กทม.และปริมณฑล โดยคาดว่าสัปดาห์หน้าการติดเชื้อของ กทม.น่าจะลดลงจากหลักพันรายเหลือหลักร้อยราย

เร่งคุม 10 จังหวัด “Watch List” ฉีดวัคซีนเกือบ 3.5 ล้านโดสให้ได้ตามเป้าหมาย

ส่วนบางพื้นที่ที่ยังมีการติดเชื้อสูงขึ้น คือ ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ได้เสนอที่ประชุม ศบค.ให้มีการตั้ง ศบค.ส่วนหน้าเพื่อควบคุมสถานการณ์และเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อไม่ได้สูงขึ้นในทุกจังหวัด จึงจัดทำจังหวัด “Watch List” หรือต้องจับตามองที่มีการระบาดในชุมชนเพิ่มขึ้น ต้องได้รับการช่วยเหลือสนับสนุน 10 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ยะลา นราธิวาส ปัตตานี นครศรีธรรมราช ตาก ราชบุรี ระยอง จันทบุรี และนครราชสีมา โดยให้มีการวิเคราะห์สถานการณ์และจัดทำแผนควบคุมโรค เร่งตรวจคัดกรองด้วย ATK ฉีดวัคซีนกลุ่ม 608 ให้ครบ 2 เข็มตามเป้าหมาย สื่อสารมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา และมาตรการองค์กร COVID Free Setting

เร่งคุม 10 จังหวัด “Watch List” ฉีดวัคซีนเกือบ 3.5 ล้านโดสให้ได้ตามเป้าหมาย

ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ตั้งเป้าหมายว่าทุกจังหวัดต้องฉีดให้ได้ร้อยละ 50 โดยมีพื้นที่เป็น COVID Free Area 1 แห่งที่ฉีดได้อย่างน้อยร้อยละ 70 และกลุ่ม 608 ฉีดให้ได้ร้อยละ 80 โดยกรมควบคุมโรคจัดส่งวัคซีนซิโนแวคสำหรับฉีดเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 1.4 ล้านโดส และแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มที่ 2 อีก 1.4 ล้านโดส คาดว่าจะส่งถึงพื้นที่วันที่ 19 ตุลาคมนี้ และทยอยส่งทุกสัปดาห์เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย โดยเฉพาะจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวรวม 17 จังหวัด รองรับการเปิดเมืองวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ได้จัดสรรวัคซีนซิโนแวคอีก 699,908 โดส ซึ่งเพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมาย