เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา กัปตันเรือ ตามความผิด พ.ร.บ.ศุลกากร มาตราที่ 242 ข้อหา ผู้ใดนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ ซึ่งได้รวมอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ริบของนั้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่, ความผิดตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต มาตรา 204 (1) ข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่ไม่เสียภาษีเพื่อจำหน่ายหรือจำหน่าย โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5 เท่าถึง 15 เท่าของภาษีที่ต้องเสียหรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน
สำหรับการสอบปากคำเบื้องต้น ถือว่า กัปตัน ให้การเป็นประโยชน์ทั้งในส่วนของที่มาของน้ำมันและปลายทาง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผย ในรายละเอียดได้ แต่สิ่งที่ตำรวจคาดการณ์ ณ ขณะนี้จากหลักฐาน และแนวทางการสืบสวนเชื่อว่า น้ำมันทั้งหมดเป็นน้ำมันที่ส่งออกจากภายในประเทศไทยและมีการพยายามนำวนกลับมาเพื่อจำหน่าย เพราะสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งขึ้นสูง ซึ่งตำรวจเชื่อว่าในส่วนของผู้ ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนในครั้งนี้มีการดำเนินการรูปแบบเครือข่าย เพราะมีการทำการเป็นขั้นตอนและปริมาณน้ำมันที่มากขนาดนี้ต้องมีขั้นตอนอย่างมากในการเคลื่อนย้ายและรับซื้อ