แต่ก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด รฟม.ได้ยกเลิกการประมูลในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นผลให้บีทีเอสฟ้องต่อศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฯ น่าเป็นห่วงว่าผู้ถูกฟ้องจะถูกลงโทษจำคุก เหมือนกับอดีตผู้บริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทยในคดีแอร์พอร์ตลิงก์หรือไม่?
ทราบมาว่ามีกรรมการบางท่านในคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ต้องการรอผลการพิจารณาของศาลฯ หากศาลฯ วินิจฉัยว่าคดีมีมูล รฟม. จะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้โครงการล่าช้าออกไปอีก? เพราะถึงเวลานี้ การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มช้ากว่าแผนไปแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ รฟม. คือกลับไปใช้เกณฑ์ประมูลเดิมนั่นคือเกณฑ์ราคา (แต่ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องผ่านเกณฑ์เทคนิคมาก่อน) เพราะจะใช้เวลาสั้นกว่า และที่สำคัญ ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องอีก แต่หากยังฝืนใช้เกณฑ์ประมูลใหม่นั่นคือเกณฑ์เทคนิคประกอบเกณฑ์ราคา จะทำให้เสียเวลานานมากขึ้น และที่สำคัญ อาจจะถูกฟ้องร้องอีกก็ได้
ทั้งหมดนี้ ด้วยความหวังดี อยากเห็นรถไฟฟ้าสายสีส้มวิ่งลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสายที่ 2 ตามหลังรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งจะทำให้การเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในอีกไม่นาน ช่วยลดเวลา ลดมลพิษโดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 และลดการใช้พลังงานน้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี
ข้อสงสัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นข้อกังขาที่ผมและประชาชนทุกคนชอบที่จะต้องขอคำชี้แจงให้สิ้นสงสัยจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยเจตนาที่จะให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างเต็มที่ โดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้นเท่านั้นเอง