จากดราม่าร้อนปมจับสึก “พระมหาสมปอง” ล่าสุดได้ให้สัมภาษณ์ดังกล่าวว่าอาจจะไปต่อหรือจะพอแค่นี้ แต่ได้เตรียมอาชีพไว้แล้ว

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ประเด็นร้อนกรณีที่ “พระมหาสมปอง” ออกมาไลฟ์พร้อมร่ำไห้จากการถูกจ้องจับผิดและจับสึก เมื่อคื่นวันที่ 9 ต.ค. 64 จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมจนมาถึงวันนี้ (11ต.ค.64)

 

พระมหาสมปอง

 

ล่าสุด “พระมหาสมปอง” ได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า "ได้ยินข่าวมาว่าจะถูกจับสึก มันก็มีหลุด ๆ มาแต่อาตมารู้สึกว่าถึงเวลาเราก็ไปเอง อาจจะไปต่อหรือพอส่ำนี้ (ไปต่อหรือพอแค่นี้) จริง ๆอาตมาจะบวชแค่ปีเดียว จนเป็นเณร  10 ปี เป็นพระอีก 20 ปี”

 

“ถึงเวลาก็ไปถ้าอะไรเรามาก ๆ ถ้าอยากเห็นเราสึกจริง ๆ มันเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องที่ impossible (เป็นไปไม่ได้) ถ้าอยากเห็นเราสึกจริง ๆ “ พร้อมพูดหยอกล้อด้วยว่าได้เตรียมอาชีพไว้อยู่แล้วถ้าไม่ได้เป็นพระอาจจะเป็นนักข่าวเพราะชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน อยากรู้อยากเห็นนักข่าวก็เป็นอาชีพที่เคยใฝ่ฝัน หรือไม่ก็เป็นนักฟุตบอล

 

 

พระมหาสมปอง

 

“พระมหาสมปอง” กล่าวอีกว่า “ได้เห็นในยูทูปว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ในสำนักพุทธฯ บอกว่าไม่ต้องกลัวถูกจับสึกหรอก ก็ทำตามคำสั่งเจ้าอาวาส ก็ขอแค่เจ้าอาวาสก็แล้วกันอย่าใหญ่กว่านี้เดี๋ยวทำตามไม่ไหว แต่ว่าถ้ามีจริง ๆ ก็ทำตาม การเมืองไม่มีเลยช่วงนี้ ”

“ยืนยันว่าไม่ได้หิวแสงเพราะมีชื่อเสียงแล้วอาตมาก็มีศักยภาพที่จะไปช่วยที่นั่นที่นี่ได้”

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประเด็นการลงพื้นที่น้ำท่วมช่วยเหลือประชาชนร่วมกับ “พระมหาไพรวัลย์” ว่า “เราก็ไปช่วยได้ 2-3แห่งมันก้เป็นความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่น่าจะหมั่นไส้ เราไม่ได้ทำใหญ่โตอะไรป้ายก็ไม่มี”

 

 

พระมหาสมปอง

 

อย่างไรก็ตาม “พระมหาสมปอง” กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจโดยเฉพาะลูกเพจและโลกโซเชียลที่ยังคอยให้การสนับสนุน

“หลัง ๆ คือหลงรักลูกเพจมาก ซึ่งอาตมาไม่เคยคิดว่าจะมาผูกพันกับโลกโซเชียลขนาดนี้ คำว่าโลกโซเชียลคือน่ากลัวแต่ทุกวันนี้โซเชียลคือกำลังใจ”

 

นายสิทธา มูลพงศ์ โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

ทั้งนี้ล่าสุด  14.40 น. นายสิทธา มูลพงศ์ โฆษก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีของพระมหาสมปองว่าหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการออกมาพูดถึงการจะมีการจับสึกส่วนตัวเห็นใจในความคับค้องใจ เชื่อว่าแต่ละฝั่งแต่ละฝ่ายยืนบนหลักของเหตุผลทั้งคู่ที่ต่างกัน ดังนั้นขอเวลาให้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯหาวิธีการแก้ปัญหาเยียวยาสิ่งที่เกิดขึ้นก่อน  โดยหลังจากนี้สำนักพุทธฯจะมีการพูดคุยกับพระปกครองของพระมหาสมปองโดยตรง พร้อมยืนยันว่าไม่มีแรงกดดันจากทางมหาเถรสมาคมในประเด็นดังกล่าว