ซึ่งบ่ายวันนี้ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดศรสะเกษ ได้เดินทางไปที่บ้านของ นายสมปอง ลุนลา อายุ 29 ปี ผู้เสียชีวิต อยู่บ้านเลขที่ 63 บ้านตาด หมู่ที่ 6 ตำบลตาโกน ที่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ ได้มาพบกับ นางสุข ลุนลา อายุ 54 ปี ผู้เป็นมารดาของผู้เสียชีวิต ขณะนี้ได้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพลูกชายหัวแก้วหัวแหวน กับการมีลูกคนเดียว และเป็นลูกชาย ที่แม่กำลังได้พึ่งมาเป็นเสาหลักของบ้านโดยตลอด แต่วันนี้ต้องมาเสียลูกชายไป ซึ่ง นางสุข เสียใจมาก โดยเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้หลานทั้ง 2 คน ที่รักษาตัวที่ รพ.ศรีสะเกษ เริ่มรู้สึกตัว กระดิ๊กนิ้วมือได้นิดหน่อย ยังอยู่ในห้องไอซียู อยู่ในลักษณใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ ตนมีลูกชายคนเดียว คือ นายสมปอง ซึ่งเป็นเสาหลักของบ้าน แต่วันนี้เขามาจากไปแล้ว ต่อไปไม่รู้จะทำอย่างไร ที่สำคัญหลาน 2 คน ตนก็จะต้องดูแลให้ลูกชายต่อ ส่วนศพนายสมปอง จะทำการฌาปนกิจที่วัดบ้านตารด ในวันพรุ่งนี้แล้ว ( 7 ตค.2564 ) ส่วนการดำเนินคดีตนต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะตนเสียใจมากเมื่อรู้ว่าผู้ที่ขับรถชนแล้ว ยังไม่ยอมจอดรถลงมาดู แถมยังขับรถพยายามที่จะหลบหนี ตนเสียใจมาก ทำใจไม่ได้ เพราะหากเขาจอดรถยนต์ลงมาดู ลูกชายตนอาจะไม่ตายเช่นนี้
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปต่อที่บ้านเขวา หมู่ที่ 8 ตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาว ยุวดี พลเยี่ยม อายุ 28 ปี ภรรยาของ นายสมปอง ญาติตั้งศพบ้านใครบ้านตน ตามประเพณี บรรยากาศเป็นไปเช่นเดียว คือเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของ 2 ครอบครัว นางสาว เพชร สมศรี อายุ 43 ปี น้าของผู้ตาย เล่าวว่า วันนี้ 2 ครอบครัวเสียใจมาก โดยเฉพาะแม่ของ น้อง ยุวดี ที่สูญเสียลูกสาว กินข้าวกินน้ำแทบไม่ลง เพื่อนบ้านต้องคอยดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด โดยประเพณีต้องตั้งศพเพื่อบำเพ็ญกุศลที่บ้านเท่านั้น แม้จะเป็นสามีภรรยากัน ก็ต้องตั้งบ้านตนเอง เพื่อให้บรรดาญาติๆ ได้มาร่วมทำบุญได้สะดวก ซึ่งจะได้ฌาปนกิจพร้อมกัน แต่คนละวัด ก่อนจะนำอัฐิไปรวมกันทำบุญอีกที แม่เสียใจมาก ขอให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ขณะเดียวกันที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทร์ ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำ นายราเมศ มาด้วง อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 บ้านหนองใหญ่ หมู่ที่ 10 ตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ขับรถยนต์อีซูซุ ดีแม็ก แค็ป สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน กษ 2737 กรุงเทพมหานคร มาชนครอบครัวลุนลา เจ้าหน้าที่ได้ให้ประกันตัวไปตามกฎหมาย ด้วยการนำตำแหน่งข้าราชการมาประกันตัวไปแล้ว เพื่อรอขึ้นศาลตารมข้อกล่าวหา ขับรถชนผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และเมาสุราขับรถชนผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และข้อหาเมาสุรา 3 ข้อหา ต่อไป
โดย - พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์