ผบ.ทบ. ยกย่องทหารกล้าเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย สร้างความปลอดภัย จชต. ส่วนภารกิจช่วยน้ำท่วม ป้องโควิด งานชายแดน สอดประสานให้ครบทุกมิติ

4 ตุลาคม 2564 เช้าวันนี้ ในการประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวันด้วยระบบออนไลน์ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของ ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส สังกัด กรมทหารพรานที่ 45 จากการปฏิบัติหน้าที่หลังปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ ซึ่ง ผู้บัญชาการทหารบกยกย่องว่าเป็นทหารกล้า ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติภารกิจบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความสงบสุขของพื้นที่ ได้ย้ำเรื่องการดูแลสิทธิและการช่วยเหลือต่างๆ อย่างเต็มที่ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 9 ต.ค. 64 ณ วัดควนแสวง ตำบลโคกทราย อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง สำหรับปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ จ.นราธิวาส ในขณะนี้ ทางกองทัพภาคที่ 4 ได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ภายใต้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ

ยกย่องทหารกล้าเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ สร้างความปลอดภัย จชต.

ขณะเดียวกัน จากการปรับมาตรการป้องกันโควิดของรัฐบาล ตั้งแต่เดือน ต.ค. 64 นั้น ผู้บัญชาการทหารบกสั่งการให้กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก ดำรงความต่อเนื่อง สกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะยาเสพติดและการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งทางช่องทางธรรมชาติและด่านตรวจสกัด ตลอด 24 ชม. เนื่องจากแรงงานนอกประเทศอาจต้องการเข้ามาทำงานในไทยสูงขึ้น โดยล่าสุด ระหว่างวันที่ 28 ก.ย. - 3 ต.ค. 64 กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกสามารถจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งสิ้น 191 คน และผู้นำพา 7 คน

 

ในส่วนของการช่วยประชาชนจากพายุดีเปรสชันและฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากใน 14 พื้นที่ 8 จังหวัด ตั้งแต่ 23 ก.ย. 64 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกได้จัดกำลังพล จำนวน 2,164 นาย และระดมยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ อาทิ รถยนต์บรรทุก 412 คัน และเรือชนิดต่างๆ 192 ลำ และร่วมกับหน่วยราชการประจำจังหวัด เข้าซ่อมแซมพนังกั้นน้ำ สร้างสะพานชั่วคราว เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วม อพยพประชาชน สัตว์เลี้ยง และเคลื่อนย้ายสิ่งของจำเป็นสู่พื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ได้นำยุทโธปกรณ์พิเศษ ส่งจากกรมการทหารช่าง เข้าสนับสนุนหน่วยในพื้นที่ประสบภัย เช่น ชุดสะพานเครื่องหนุนลอยแบบพับได้แบบ 79A (Ribbon Bridge) 2 ทุ่น จัดตั้งตำบลส่งกำลังเคลื่อนที่ในพื้นที่ประสบภัย บริเวณลำน้ำเชียงราช รร.พิมายวิทยา อ.พิมาย จ.นครราชสีมา, สะพาน Modula Fast Bridge (MFB) ยาว 15 เมตร วางเชื่อมเส้นทางถนนที่ถูกตัดขาดเพื่อใช้สัญจรชั่วคราว ที่ ต.วังซ่าน อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ และ ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา, เรือยาง จากกรมการทหารช่าง ช่วยขนส่งอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัยและเรือพลังลม (Air Boat) ใช้ในการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ อย่างทันท่วงที

ยกย่องทหารกล้าเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ สร้างความปลอดภัย จชต.

ส่วนการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐบาลและ ศบค. ผู้บัญชาการทหารบกย้ำให้ทุกหน่วยสร้างความรับรู้และความเข้าใจ เรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตนเองและเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้ ศบค. 19 ทบ. บริหารจัดการฉีดวัคซีนตามการจัดสรรของรัฐบาล รวมทั้งการจัดตรวจคัดกรองเชื้อก่อนการปฏิบัติงานตามหน่วยทหาร ทั้งนี้ กองทัพบกจะยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับดำรงไว้ซึ่ง “มาตรการพิทักษ์พล” จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย