ผู้สื่อข่าวถามเรื่องการปรับ ครม. เก้าอี้ว่าง 2 ตำแหน่งมองอย่างไร นายสุวัจน์ กล่าวว่า เนื่องจากมีตำแหน่งรัฐมนตรีว่างลงถึง 2 ตำแหน่ง ฉะนั้นถ้าจะมีการปรับ ครม. ก็เป็นเรื่องของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรืออาจจะเป็นการปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐบาล แต่เราก็ต้องเข้าใจว่าตอนนี้รัฐบาลก็บริหารประเทศมาได้กว่า 2 ปีครึ่งแล้วและเกือบ 3 ปีก็จะเข้า 3 ปีเดือนมีนาคมนี้ ฉะนั้นถ้าเปรียบเทียบเป็นวิ่งผลัดก็คือวิ่งมา 3 ไม้และจนไม้ 3 แล้ว กำลังจะส่งไปถึงไม้ที่ 4 ฉะนั้นไม้ต้องไม่หล่น ต้องจับไม้ให้นิ่งแล้ววิ่งถึงเส้นชัยให้ได้
ฉะนั้น ถ้าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีตนคิดว่าต้องเป็นการปรับคณะรัฐมนตรีที่เข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศตามความคาดหวังของพี่น้องประชาชน อย่างตอนนี้ประชาชนกังวลเรื่องโควิดคิดว่า เมื่อไหร่จะจบ จะฟื้นฟูเศรษฐกิจกันอย่างไร และมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมเข้ามาอีก
ฉะนั้น ถ้าเกิดรัฐบาลสามารถที่จะปรับ ครม.แล้วได้คนดี คนเก่ง คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ สมมุติเราบอกว่าอีกปีกว่าจะหมดอายุของรัฐบาล ใช้ช่วงสุดท้ายนี้ทำงานกันให้เต็มที่ ให้พี่น้องประชาชนมีความศรัทธา มีความเชื่อมั่น ทำงานให้เต็มที่เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลและประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ตนว่าก็จะเป็นการปรับ ครม.ที่พี่น้องประชาชนฝากความหวัง ฉะนั้นก็ต้องพยายามให้ได้คนดี มีคามรู้ ความสามารถเข้ามาเสียสละในการทำงานให้กับบ้านเมือง โดยเฉพาะในวันเวลาที่เรามีวิกฤติเศรษฐกิจ
"การปรับ ครม.ที่จะเกิดขึ้นตนถือว่าเป็นการปรับ ครม.ที่มีความสำคัญ เพราะเป็นการปรับ ครม.ที่อยู่ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤติและพี่น้องประชาชนมีความคาดหวังสูงมาก ฉะนั้นการที่จะหาคนที่มีความรู้ ความสามารถมาพอประกาศชื่อ ครม.ใหม่มาแล้วพี่น้องประชาชนเกิดศรัทธา เกิดความเชื่อมั่นและเกิดความหวัง อันนี้คือพลัง ซึ่งจะเกิดพลังที่สำคัญในการกอบกู้ประเทศชาติและเศรษฐกิจ อันนี้เป็นเรื่องที่มีสำคัญของการปรับ ครม.ครั้งนี้ " นายสุวัจน์ กล่าว