โดยคำนวณจากวันนี้ (1ตุลาคม 2564 ) ฉีดรวมแล้ว 53.784 ล้านโดส ลบด้วยวัคซีนที่ฉีดสะสมไว้ เมื่อ 7 มิถุนายน 2564 จำนวน 4.218 ล้านโดส
เมื่อคำนวณช่วง 115 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่ 7 มิถุนายน 2564 เราสามารถฉีดวัคซีนได้เฉลี่ยวันละ 4.31 แสนโดส ถ้าจะฉีดให้ได้ตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส จะต้องฉีดเพิ่มอีก 46.216 ล้านโดส สำหรับเวลาที่เหลืออีก 92 วัน นั่นคือจะต้องฉีดให้ได้เฉลี่ยวันละ 5.02 แสนโดส
ขณะนี้ ปัญหาเรื่องปริมาณวัคซีนที่จะฉีดจนถึงสิ้นปี คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะมีวัคซีนที่ทำสัญญาตกลงกันไว้รวมทั้งสิ้นแล้วประมาณ 125 ล้านโดส คงจะมาพิจารณาปัจจัยความสามารถในการฉีดวัคซีนว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใด
พบว่าในเดือนกันยายนทั้งเดือน สามารถฉีดวัคซีนได้เฉลี่ยวันละ 7.06 แสนโดส และถ้าดูเฉพาะสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน จะฉีดวัคซีนได้เฉลี่ยมากถึงวันละ 9.26 แสนโดส
ดังนั้น ถ้าใช้ความสามารถในการฉีดเฉลี่ยวันละ 7.06 แสนโดส จะใช้เวลาในการฉีดอีก 65 วัน คือถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2564 ก็จะฉีดได้ครบ 100 ล้านโดส
แต่ถ้าใช้ศักยภาพฉีดวัคซีนเฉลี่ยสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนคือ ฉีดได้วันละ 9.26 แสนโดส จะใช้เวลาฉีดอีก 50 วัน คือวันที่ 20 พฤศจิกายน 2564 เป็นการที่จะฉีดสำเร็จก่อนแผนอยู่ 26-41 วัน
ทั้งนี้ มีตัวแปรสำคัญ ที่อาจทำให้การคำนวนดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนก็คือ ผู้ที่สมัครใจจะฉีดวัคซีนด้วยเหตุผลใดก็ตาม ได้ทยอยฉีดไปแล้วเป็นจำนวนมากและถ้าดูจากการสำรวจเมื่อหลายเดือนก่อน พบว่า มีผู้ที่สมัครใจฉีดวัคซีนประมาณ 70% ลังเล 20% และไม่อยากฉีดวัคซีน 10%
กลุ่มคนลังเล และไม่อยากฉีดวัคซีนรวมกัน 30 % จะเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้การฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส หรือ 50 ล้านคน คิดเป็น 70% ของประชากร ภายในสิ้นปีนี้ได้หรือไม่ (แม้จะมีวัคซีนเพียงพอ และศักยภาพในการฉีดวัคซีนที่รวดเร็วพอก็ตาม)
ขอขอบคุณที่มาข้อมูล : ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย