จากนั้นก็เริ่มออกอุบายหลอกผู้เสียหายว่า มีคนที่รู้จักจะนำเงินจากต่างประเทศเข้าไทยไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท แต่ไม่อยากเสียภาษีและไม่อยากให้ถูกตรวจสอบ ก่อนจะใช้อีกตัวละครหนึ่งอ้างว่า รู้จักกับราชเลขาสำนักพระราชวัง ซึ่งเป็นคนจังหวัดเพชรบุรีเหมือนกันสามารถให้การช่วยเหลือได้
จากนั้นก็เริ่มหลอกด้วยการนำหลักฐานต่างๆ เช่น สลิปเงินปลอมไปแสดง เพื่อให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ แลกกับส่วนแบ่ง ในช่วงระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน - 6 สิงหาคม ทั้งหมด 20 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,439,500 บาท ก่อนที่ผู้ต้องหาจะปิดช่องทางติดต่อเชิดเงินหลบหนีไป
ทั้งนี้จากการสืบสวนตำรวจพบพฤติกรรมและเส้นทางการเงิน มีเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีของผู้ต้องหาในแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 3-4 ล้านบาท จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง
ตรวจสอบยังพบว่ามีหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) จังหวัดนครราชสีมา คดีร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ , ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม และยังพบว่าก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยมีประวัติถูกตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ จับกุม คดีลักทรัพย์ เมื่อปี 2561 มาแล้ว