2.ตั้งแต่วันนี้ ถึงเดือนสิงหาคมปีหน้า ลองสำรวจดูว่ามี "กับระเบิดการเมือง" เรื่องไหนรอนายกฯอยู่บ้าง
เริ่มจากสมัยประชุมที่จะกำลังเปิดในเดือนพ.ย. คือ สมัยประชุมสามัญ ครั้งที่ 2 ของปี 2564 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ปีนี้ ถึงสิ้นเดือนก.พ.ปีหน้า สิ่งที่นายกฯต้องเจอ คือ การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติของฝ่ายค้าน การลงมติอนุมัติพระราชกำหนดโรคติดต่อ
และถ้ารัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มมาแก้ปัญหาโควิด ก็ต้องดันกฎหมายกู้เงินให้ผ่านสภาฯ ซึ่งสามเรื่องนี้ ต้องอาศัยเสียงข้างมากในสภาฯ แต่ถ้า ส.ส.พลังประชารัฐเกียร์ว่าง หรือใครบางคนในพรรคอยากล้างแค้น ปัญหาชีวิตก็จะเกิดขึ้นกับนายกฯได้ทันที
หากมองเลยไปถึงสมัยประชุมต่อไป คือ สมัยประชุมสามัญ ครั้งที่ 1 ของปี 2565 เริ่มเดือนพ.ค. ถึงเดือนก.ย.ปีหน้า สิ่งที่นายกฯต้องเจอ คือ ศึกซักฟอก อภิปรายไม่ไว้วางใจอีกรอบของฝ่ายค้าน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2566 ถือเป็นงานใหญ่ 2 งาน ต้องใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร คำถามเดียวกัน คือ ถ้านายกฯมีอนาคตไม่แน่นอน แล้วโดน "ลูบคม" จะเกิดอะไรขึ้น
3.จากสถานการณ์ "ขาลอย" และ "กับระเบิดทางการเมือง" ที่เสี่ยงต้องเผชิญ ปัญหาเก้าอี้นายกฯใกล้หมดอายุยังส่งผลไปถึงข่าว พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เตรียมตั้งพรรคใหม่ ที่เรียกกันว่า "พรรคปลัดฉิ่ง" เพราะมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุราชการจากเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทย มาเป็นคนออกหน้าเดินเกม
ข่าวการตั้งพรรคใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ หากพรรคพลังประชารัฐไปไม่ไหว ซึ่งขณะนี้คะแนนนิยมของพรรคพลังประชารัฐตกต่ำอย่างหนักจากผลสำรวจของนิด้าโพล ขณะเดียวกันหากมีพรรคใหม่สำรอง ก็จะ "สร้างอำนาจต่อรอง" ของนายกฯกับพรรคพลังประชารัฐด้วย
แต่เมื่อเก้าอี้นายกฯใกล้หมดอายุ การจะไปตั้งพรรคใหม่จึงยากขึ้น เพราะไม่สามารถชู "ลุงตู่" เป็นผู้นำที่สร้างความหวังได้ เนื่องจากตัวเองยังไม่รู้จะมีหวังหรือไม่ จะได้เป็นนายกฯต่ออีกไหมหลังเดือนส.ค.ปี 65 สถานการณ์นี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่นายกฯ จะดึง ส.ส.บางกลุ่ม และกลุ่มทุนสนับสนุนจากพรรคพลังประชารัฐ ให้ไปสนับสนุนพรรคใหม่ คือ "พรรคปลัดฉิ่ง"
สรุปก็คือ ช่วงเวลานับจากนี้จนถึงส.ค.ปีหน้า เป็นช่วงที่นายกฯ เหมือน "เสือลำบาก" อำนาจต่อรองลดลงจนเกือบจะถึงขั้น "ไร้อำนาจต่อรอง" การขยับทางการเมืองทำได้ยากขึ้น เช่น ถ้าจะยุบสภาฯ ก็เสี่ยงที่พลังประชารัฐ จะไม่เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตอีกสมัย กรณีที่พรรคมองว่าชื่อ "บิ๊กตู่" ขายไม่ได้อีกแล้ว แต่ครั้นจะไปเปิดตัวตั้งพรรคใหม่ ก็เสี่ยงอีกว่าจะมีคนเอาด้วยหรือไม่ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องกรอบเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ซึ่งรอตีความอยู่
กลเกมการเมืองเหล่านี้ ทำให้มองได้ว่าอาจไม่ได้มีเฉพาะ "ฝ่ายค้าน" กับ "ฝ่ายแค้น" ที่จุดประเด็นดังกล่าวขึ้นมา แต่ฝ่ายเดียวกันกับนายกฯลุงตู่ อาจสะกิดให้ฝ่ายตรงข้ามช่วย "จุดพลุ" เพื่อกระตุกขา เตะตัดขา หรืออาจจะถึงขั้น "ขุดหลุมฝัง" นายกฯเลยก็เป็นได้