พัฒนาสัมคมและความมั่นคงของมนุษย์ขอนแก่นเผยไม่ได้ห้ามสาวหม้ายพบลูก แต่สหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินพบเด็กไม่โตตามวัยแถมมีโรคแทรกซ้อนอีกทั้งยังสมาธิสั้น ย้ำบ้านพักเด็กเป็นที่สุดท้ายในการแก้ปัญหาก่อนหน้านี้มีการหาทางออกช่วยเหลือแล้ว แต่แม่ปฏิเสธ

28 ก.ย.64 จากกรณี ที่นางสาวชนาภรณ์ เสือเฒ่า อายุ28 ปี  พร้อมด้วยนางสาววรพรรณ เบญจวรกุล ทนายความ นำเอกสารเพื่อยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ให้ศาลเพิกถอนคำสั่งเดิมที่ให้เด็กไปอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวให้ได้กลับมาสู่อ้อมอกแม่ให้แม่ได้เลี้ยงดูบุตร ใช้อำนาจปกครองบุตรเช่นเดิม หลังจากที่เธอถูกเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ขอนแก่น เอาตัวลูกชาย2 คนไป โดยวันนี้ (28 ก.ย.64) ได้มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ขอนแก่น ,สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น,บ้านพักเด็กและครอบครัวขอนแก่น,สถานสงเคราะห์เด็กบ้านแคนทอง,จนท.รพ.ขอนแก่น,สภ.เมืองขอนแก่น,จนท.รพ.ศรีนครินทร์,เทศบาลตำบลบ้านเป็ด เป็นหน่วยงานที่ดูแลเคสแม่ลูก ครอบครัวนี้มาตลอด 5 เดือน ซึ่งมีการหาทางช่วยเหลือมาตลอด จนกระทั่ง เกิดเหตุการณ์ที่มีชาวบ้านโทรร้องเรียน 1300 ว่าแม่นำเอาลูกมาทิ้งที่ปั๊มน้ำมันแก่งหนึ่ง ใน จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 64

พมจ.ขอนแก่น เผยไม่ได้กีดกันแม่พบลูก พบเด็กไม่โตตามวัยสภาพจิตใจไม่ดี

เรื่องนี้นายสุภวัฒน์ หนูพริก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ทาง พมจ.ขอนแก่นไม่ได้มีการห้ามแม่พบลูก แต่ตลอดระยะเวลาการทำงาน ตั้งแต่ แม่รายนี้คลอดลูกคนเล็กที่โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งทางทีมสหวิชาชีพ ได้ประเมินแล้วว่า แม่ไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูเด็กได้ เพราะที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ติดตามดูความเคลื่อนไหวของครอบครัว อีกทั้งมีเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านมาเป็นประจำ ซึ่งล่าสุดมีการตรวจร่างกายของเด็กทั้ง 2 คน พบว่าร่างกายไม่แข็งแรง ลูกคนโตวัย 7 ขวบ มีภาวะซีด น้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ ทางแพทย์จากโรงพยาบาลขอนแก่นได้จ่ายยาบำรุงให้แล้ว ส่วนพัฒนาการทางด้านจิตใจ พบว่าสภาพจิตใจเด็กขณะนี้ไม่ได้อยากอยู่กับลแม่ ทางจิตแพทย์มีการพูดคุยกับเด็ก พบว่าลูกชายคนโตไม่อยากคุยกับแม่ ไม่อยากกลับไปหาแม่ ส่วนลูกชายคนเล็กวัย 5 เดือนตรวจพบว่ามีเชื้อแฝงวัณโรค  มีภาวะโรคหัวใจ และมีภาวะซีด ทำให้ทางพนักงานคุ้มครองและสวัดิภาพเด็ก จึงยื่นคำร้องของคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กต่อศาลจังหวัดเยาวชนและครอบครัวจังหวัดขอนแก่นโดยเสนอมาตรการคุ้มครองชั่วคราว โดยให้เด็กทั้ง2 คนอยู่ในบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น เพื่อมีการดูแลเด็กให้เหมาะสมตามวัย มีการพัฒนาทางด้านร่างกายและจิตใจ ศาลเห็นชอบ และมีการห้ามนางสาวชนาภรณ์ เสือเฒ่า พาเด็กทั้งสองคนออกจากการปกครองบ้านพักเด็กและครอบครัวตามคำสั่งศาล โดยให้ผลไม่เกิน 6เดือนตั้งแต่วันนี้ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงช่วยเหลือ

พมจ.ขอนแก่น เผยไม่ได้กีดกันแม่พบลูก พบเด็กไม่โตตามวัยสภาพจิตใจไม่ดี

พมจ.ขอนแก่น เผยไม่ได้กีดกันแม่พบลูก พบเด็กไม่โตตามวัยสภาพจิตใจไม่ดี

ทีมข่าวได้ข้อมูลจากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ถึงการประเมินเคสดังกล่าวนี้ พบว่ากรณีครอบครัวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แม่มีพฤติกรรมที่ชัดเจนคือเด็กถูกเลี้ยงดูโดยการปล่อยปะละเลย โดยในแต่ละวันตั้งแต่เวลา 10:00 น.ไปจนถึง 22:00 น.พี่ชายอายุ 7ขวบจะเป็นคนเลี้ยงน้องวัย 5เดือนตามลำพังส่วนผู้เป็นแม่ออกไปทำงาน ที่เป็นร้านอาหารใกล้กับที่พัก ทางเจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่า การเลี้ยงดูลักษณะนี้ไม่ปลอดภัยประกอบกับพื้นที่ห้องพักเป็นคอนโดรกร้าง มีเพียงครอบครัวนี้ครอบครัวเดียวที่อาศัยอยู่อีกทั้งบริเวณรอบข้างเป็นพื้นที่ป่ารก บางวันพบว่าพี่ชายจะเข็นน้องออกไปตามชุมชนทำให้อาจไม่ปลอดภัยในเรื่องอุบัติเหตุเช่นการถูกรถเฉี่ยวชน  นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้ข้อมูลว่าร้านอาหารที่ผู้เป็นแม่ทำงานอยู่ให้เธอออกจากงานเนื่องจากเกิดเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายเพื่อนร่วมงาน  กระทั่งวันที่ 18 ก.ย.64 มีพลเมืองดีแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีแม่พาลูกมาทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในขอนแก่น จึงมีการสอบถามลักษณะของครอบครัวนี้ พบว่าเป็นครอบครัวเดียวกับที่เคยให้การช่วยเหลือแต่แม่ปฏิเสธ ในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตามพลเมืองดีโทรแจ้ง พบว่าแม่กำลังอุ้มลูกอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน ซึ่งในขณะที่เจ้าหน้าที่ไปถึงนั้นเป็นเวลา 21:00 น. สอบถามชาวบ้านทราบว่า เธอนั่งอยู่กับลูกตั้งแต่ช่วงบ่าย ไม่ได้ไปไหน ทีมจึงประเมินว่าแม่ไม่ได้จะพาลูกไปที่ไหน ตามคำบอกเล่าที่ว่าจะเดินทางไปทำงานที่พัทยา จ.ชลบุรี แต่ก็มีการสังเกตว่าปกติต้องไปนั่งรอรถที่สถานีขนส่ง แต่กลับพาลูกมานั่ง นอน ภายในปั๊มน้ำมัน เจ้าหน้าที่จึงกล่อมให้เธอพาลูกไปพักที่บ้านพักเด็กและครอบครัว ระหว่างอยู่ในบ้านพักลูกชายคนโตบอกเจ้าหน้าที่ว่า ไม่อยากไปนอนกับแม่เนื่องจาก แม่ชอบตีและให้เลี้ยงน้องจนตัวเองไม่ได้นอน เหนื่อยและง่วง ทีมข่าวยังได้ข้อมูลอีกว่าในช่วงก่อนหน้านี้ ผู้เป็นพี่จะถูกทำร้ายร่างกายทั้งการดึงหู บีบคอ และตะคอกด่าจากผู้เป็นแม่มาตลอด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าช่วยเหลือดังกล่าว แต่แม่ก็ยังเข้าไปหาลูกทั้งมีการด่า ว่ากล่าวเจ้าหน้าที่อีกด้วย

 

นอกจากนี้ยังมีการประชุมหารือแนวทางการช่วยเหลือนางสาวชนาภรณ์ เสือเฒ่า แม่วัย28 ปีด้วย ว่าหลังจากนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปหาอาชีพ สร้างรายได้โดยก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่มีการเสนอและหาแนวทางช่วยเหลือแม่รายนี้มาตลอดแต่เธอปฏิเสธที่จะทำงานตามที่หน่วยงานเสนอไป หลังจากจะเป็นการหาแนวทางอีกครั้งเพื่อให้เธอมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีงานมีเงินอนาคตข้างหน้าจะได้สามารถเลี้ยงดูลูกได้อย่างเหมาะสมตามวัย

 

พมจ.ขอนแก่น เผยไม่ได้กีดกันแม่พบลูก พบเด็กไม่โตตามวัยสภาพจิตใจไม่ดี

 

ข่าว/ภาพ-พรพรรณ เพ็ชรแสน