กองทัพเมียนมา พยายามสร้างความชอบธรรม ในการทำรัฐประหารโค่นอำนาจรัฐบาลพลเรือนของ นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) โดยอ้างว่า โกงการเลือกตั้ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2563 แต่ไม่เคยมีหลักฐานยืนยัน ขณะเดียวกันก็ปราบปรามนองเลือดต่อผู้ประท้วง ที่สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (AAPP) ที่มีสำนักงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ระบุว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,121 คน และถูกจับไปคุมขังอีก 6,718 คน ซึ่งการที่ สหประชาชาติ เพิ่งออกรายงานมาในตอนนี้ ทำให้ถูกตั้งคำถามว่า "ช้าไปหรือไม่" เพราะในขณะที่รายงานฉบับนี้ออกมา เศรษฐกิจของเมียนมาล่มสลายไปแล้ว คนงานโรงงานเสื้อผ้าสำเร็จรูป ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงต้องตกงานราว 200,000 คน ส่วนคนงานก่อสร้างที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายตกงาน 400,000 คน เด็ก ๆ ถูกควบคุมตัวตามอำเภอใจและดำเนินการผ่านศูนย์สอบสวนของทหาร และยังหลายคนถูกทรมานขณะถูกควบคุมตัว กองทัพยังใช้ยุทธศาสตร์ "four cuts" หรือการตัดหนทางไม่ให้ "ศัตรู" เข้าถึงเงินทุน, อาหาร, ข่าวกรองและระดมความรุนแรงทุกรูปแบบ ตั้งแต่การละเมิดสิทธิมนุษยชนไปจนถึงการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศมาใช้ และ สหประชาชาติก็ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน