ด้านนายเอกราชก็กล่าวต่อชาวบ้านว่า “เรื่องของคำสั่งที่เสนอรองผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งดูตามอำนาจหน้าที่คณะตอนนั้นไม่มีอำนาจในการเข้าไปดำเนินการใด ๆ นอกจากสำรวจว่าที่ดินที่เป็นปัญหาประกอบด้วยของใครบ้างจำนวนเท่าไร ซึ่งผมเป็นประธานผมไม่มีอำนาจที่จะไปตั้งใครเป็นคณะทำงานแก้ไขปัญหาได้ แต่พอดีว่ามีหนังสือคำสั่งใหม่เข้ามาเป็นคำสั่งของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐ หนังสือตัวนี้ก็จะเป็นทางออกของเราทางหนึ่ง ซึ่งตรงนี้เราจะไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการชุดใหญ่แต่คณะกรรมการที่พวกเราเสนอจะอยู่ในคณะกรรมการชุดคณะทำงาน ซึ่งคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐเป็นผู้ออกคำสั่ง ส่วนในข้อเสนอที่อยากจะขอให้ยุติการดำเนินคดีต่างๆ ที่มีอยู่หรือขอให้ชาวบ้านเข้าไปทำกินในช่วงแก้ไขปัญหาหรือค่าชดเชยต่าง ๆ ตรงนี้เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของจังหวัดที่จะพิจารณาว่าให้ได้หรือไม่ได้ แต่จังหวัดมีหน้าที่ที่จะรับข้อเสนอและส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะแก้ไขปัญหาให้ได้”
ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านก็ได้กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมต่อนายเอกราชว่า “อาจจะเกิดความไม่เข้าใจตรงกันเล็กน้อย เพราะว่าเราขอให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพิ่มเติม ไม่ใช่ตั้งเพื่อเป็นคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา เราเห็นด้วยกันในการประชุมว่าการตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมจากกลุ่มเดิมจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ร่วมกันในการพิสูจน์ เพราะฉะนั้นคำสั่งของจังหวัดมุกดาหารที่มีอยู่แล้วคิดว่ายังใช้ได้ ไม่มีปัญหาในเรื่องของอำนาจจะเกินขอบเขต เพราะในเรื่องของการตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมชุดนี้ก็ตั้งเพื่อพิสูจน์สิทธิ ตรวจสอบการครอบครองป่าสงวนเหมือนเดิม เพียงแต่ตั้งคณะทำงานเพิ่ม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ตามที่กำหนดไว้”
ด้านนายเอกราชก็ได้กล่าวต่อชาวบ้านว่า “รับไว้ในข้อเสนอของคณะทำงานชุดเล็ก เมื่อแต่งตั้งเสร็จแล้วอยากจะขอให้เชิญหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งชุดเล็กและชุดใหญ่มานั่งคุยกันก่อน เพื่อวางแนวทางร่วมกันว่าขั้นต้นจะดำเนินการอย่างไรจะได้เดินไปอย่างถูกต้อง” และหลังจากนั้นชาวบ้านกลุ่มผู้เดือดร้อนจากนโยบายทวงคืนผืนป่าก็ทำการยื่นหนังสือต่อนายเอกราช มณีกรรณ์ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร อย่างเป็นทางการ
โดย - ศูนย์ข่าวภาคอีสาน