สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เผยผลการประเมินโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย เป็นไปตามเป้าหมาย

28 กันยายน 2564 นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยผลการประเมินโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อยว่า โครงการ ฯ บรรลุเป้าหมายในการทำให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับการพัฒนาคุณภาพการผลิตหรือการให้บริการ เงินกู้ที่ได้รับสามารถช่วยเสริมสภาพคล่อง สร้างรายได้ และประการสำคัญคือ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาการจ้างแรงงานไว้ได้ แม้อยู่ในภาวะวิกฤตที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด -19

 

โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย ที่เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 – 31 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา เป็นโครงการของ สสว. ซึ่งดำเนินการภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs รายย่อยซึ่งเป็นสมาชิกของ สสว. ที่ประสบปัญหาทางการเงินให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ทั้งนี้ ในการอำนวยสินเชื่อดังกล่าว สสว. ได้มอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เป็นผู้ดำเนินการ

 

โดยภาพรวมของโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อยครั้งนี้ มีจำนวนผู้ยื่นขอกู้ทั้งสิ้น 7,142 ราย วงเงิน 8,107 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติเงินกู้จำนวน 2,285 ราย วงเงิน 3,676.30 ล้านบาท ในการประเมินผลการดำเนินงานโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย ได้สำรวจผู้ประกอบการที่ได้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,181 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5 – 23 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยเป็นการวิจัย ทั้งเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานว่าเป็นไปตามเป้าหมายสำคัญมากน้อยเพียงใด

 

สสว.เผยผลหนุนSMEs รายย่อยเป็นไปตามเป้า

ในประเด็นแรก การประเมินเป้าหมายของการเสริมสภาพคล่องและเพิ่มรายได้ พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.3 ระบุว่าเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติมีผลต่อกิจการโดยทำให้รายได้ดีขึ้น ผู้ประกอบการร้อยละ 14.5 ระบุเงินกู้ที่ได้รับมีผลต่อกิจการโดยทำให้รายได้ดีขึ้นมาก ในขณะที่ ผู้ประกอบการร้อยละ 26.2 ระบุว่าเงินกู้ทำให้รายได้ดีขึ้นค่อนข้างน้อย เมื่อสอบถามว่า เงินกู้ที่ได้รับส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวต่อปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใด พบว่าผู้ประกอบการร้อยละ 73.5 ระบุประโยชน์ที่ได้รับจากการได้รับอนุมัติเงินกู้ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ร้อยละ 16.5 ระบุ เหมือนเดิม ในขณะที่ร้อยละ 10.0 ระบุ แย่ลง

 

ในประเด็นที่ 2 การสำรวจว่าผู้ประกอบการนำเงินกู้ไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต หรือการบริการในด้านใดบ้าง พบว่า ผู้ประกอบการส่วนมากหรือร้อยละ 49.0 ระบุว่านำเงินกู้ไปใช้จัดหาวัสดุ/อุปกรณ์ ร้อยละ 43.5 ระบุว่านำเงินไปลงทุนการผลิต ร้อยละ 34.1 ระบุว่านำเงินไปเพิ่มการจ้างงาน ร้อยละ 26.5 ระบุนำเงินไปใช้พัฒนาแรงงาน และร้อยละ 23.1 ระบุนำเงินไปเสริมเทคโนโลยีใหม่ ที่น่าพิจารณา คือ จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการผลิตของผู้ประกอบการระหว่างก่อนการได้รับเงินกู้และภายหลังจากการได้รับเงินกู้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.7 ระบุประสิทธิภาพในการผลิตหรือการบริการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 19.6 ระบุเท่าเดิม และร้อยละ 6.7 ระบุลดลง

 

สสว.เผยผลหนุนSMEs รายย่อยเป็นไปตามเป้า

 

 

ในประเด็นที่ 3 การประเมินว่าเงินกู้ที่ได้รับจากโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย ช่วยรักษาการจ้างงานได้หรือไม่ อย่างไร พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 ระบุว่าการได้รับเงินกู้ทำให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาการจ้างงานได้เท่าเดิมถึงเพิ่มขึ้น ขณะที่ ร้อยละ 8.2 ระบุว่าการจ้างงานลดลง

 

ผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การดำเนินโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อยสามารถบรรลุเป้าหมาย ในการช่วยรักษาสถานภาพการประกอบการ แม้โครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการในช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด -19 ระลอก 3 ซึ่งขณะนั้นไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 จะรุนแรง ดังเช่นที่เกิดอยู่ในขณะที่ ทำการสำรวจ แต่ผลการสำรวจเพื่อประเมินผลการดำเนินโครงการ ฯ พบว่า แม้ผู้ที่ได้รับอนุมัติเงินกู้ไม่สามารถ เพิ่มประสิทธิภาพหรือสร้างรายได้ตามที่ตั้งความหวังไว้ แต่ก็ยังได้ใช้เงินกู้เป็นทุนหมุนเวียนและสามารถรักษาการจ้างงานได้ระดับหนึ่ง

 

 “ผลการประเมินข้างต้นชี้ชัดว่า การดำเนินโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย เป็นการใช้เงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SMEs โดยตรง” นายวีระพงศ์ กล่าว 

 

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของนโยบายการอำนวยสินเชื่อ เพื่อสนับสนุน SMEs รายย่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินเชื่อสำหรับวิสาหกิจรายย่อย (micro enterprise) ซึ่งมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 85 ของผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว. ในการนี้ มีข้อเสนอเพิ่มเติมว่าควรมีการกำหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของโครงการให้ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะสำหรับวิสาหกิจรายย่อยที่อาจมีความเปราะบางกว่าผู้ประกอบการกลุ่มอื่นๆ

 

ล่าสุด เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2564 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ประกาศเปิดรับผู้ยื่นขอรับสินเชื่อ “โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย” วงเงิน 1,200 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% ต่อปี เพื่อช่วยเหลือ SMEs กลุ่มท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ที่พัก และร้านอาหาร ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน โดยได้กำหนดเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นการดำเนินการสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้เอสเอ็มอี โดยเฉพาะที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษได้สะดวก เหมาะสมกับสถานการณ์เร่งด่วน