นายศราวุธฯ กล่าวอีกว่า การที่เราจะลงพื้นที่ไปดูที่สนามบินน้ำพอง เพราะจะดูว่าทางกองบิน 23 ได้ทำตามที่มีการรับปากไว้หรือไม่ ซึ่งจะไม่กระทบกับสัญญา หรือข้อกฎหมายที่มีการทำไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะว่าที่สนามบินน้ำพอง ก็เป็นส่วนหนึ่งของฐานบินของกองบิน 23 ฉะนั้นการที่จะไปใช้สถานที่ที่น้ำพองก็ไม่ได้เป็นการผิดข้อตกลง ซึ่งทางท่านเกียรติ สิทธิอมร กรรมาธิการการต่างประเทศ ได้เสนอการแก้ปัญหาระยะสั้น โดยให้ทางสิงคโปร์จัดหาเครื่องมือที่เรียกว่า เครื่องดูดเสียงไปให้โรงเรียน โรงพยาบาล ที่ได้รับผลกระทบจากระหว่างรอการย้าย
นายเกียรติ สิทธิอมร กรรมาธิการการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ก่อนถึงวันที่จะย้ายฐานฝึกบินไปจริง ควรจะมีมาตรการลดปัญหาเรื่องเสียง ถ้าจะดำเนินการโดยตรงกับครู นักเรียน บุคลากรทางการแพทย์ คนไข้ในโรงพยาบาล ที่ได้รับผลกระทบเรื่องเสียง ซึ่งเครื่องดูดเสียงมันจะมีทั้งระบบแนบหู และเป็นแบบระบบที่ติดตั้งในพื้นที่เลย ที่จะทำให้เสียงลดลงไปมากพอสมควร ซึ่งความจริงไม่ได้ใช้เงินเยอะ ไม่ใช่ของแพงแต่สามารถทำได้ ซึ่งความจริงไม่ใช่ เป็นภาระของทางสิงคโปร์ ซึ่งทางกองบิน 23 ที่รับผิดชอบในพื้นที่ ควรที่จะจัดหามาไม่ว่าจะหามาจากที่ไหนก็แล้วแต่
“นอกจากนี้ที่สนามบินฯ น่าจะจัดทำระบบแบริเออร์ หรือแผงกั้นสะท้อนเสียง บนรันเวย์ทางขึ้นลงของเครื่องบิน และด้านข้างของสนามบิน ควรลองพิจารณาดำเนินการดู หากทางเทคนิคสามารถเป็นไปได้ ถ้าทำได้ก็จะลดผลกระทบช่วงนี้ได้ ก่อนที่จะมีการย้ายฐานฝึกบินออกไปอย่างถาวร ซึ่งหากมีการย้ายออกไปจริง ๆ เพราะนี่เป็นเครื่องบินรบที่มีเสียงดัง เป็นเครื่อง เอฟ 16 และมีเครื่องบินรบจากทางจีนมาฝึกร่วมกัน ที่จะมีเสียงค่อนข้างดัง อันนี้เราต้องหาวิธีการให้อยู่ในกรอบกฎหมาย”
โดย - เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์